Tuesday, March 5, 2019

Digital Forensics:คดี จับผู้ต้องหาหลอก รับซื้อเงินดิจิตอลสกุล FOIN แล้วไม่จ่ายเงิน

Digital Forensics:คดี จับผู้ต้องหาหลอก รับซื้อเงินดิจิตอลสกุล FOIN แล้วไม่จ่ายเงิน

ผู้เสียหายหลายราย ความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

FOIN

โดยเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม – ธันวาคม 2561 น.ส.Bได้หลอกลวงผู้เสียหาย ผ่านสื่อโซเชี่ยล ( แอพพลิเคชั่น LINE ) จำนวน 7 ราย ว่าต้องการจะรับซื้อเงินสกุล FOIN ซึ่งเป็นเงินสกุลดิจิตอลสกุลหนึ่ง โดยรับซื้อเป็นเงินสกุลบาท ซึ่งเมื่อผู้เสียหายได้โอนเงินสกุล FOIN ให้ น.ส Bฯเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่า น.ส.Bฯ ไม่จ่ายเงินให้กับผู้เสียหายหรือจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ และเมื่อผู้เสียหายติดตามทวงถามการจ่ายเงิน ปรากฎว่า ไม่สามารถติดต่อ น.ส.B ฯได้ ผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.พิชฎาฯ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสอน สน.ห้วยขวาง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ น.ส.B ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 186/2562 ลงวันที่ 1 ก.พ. 2562 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน”



ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. 62 ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.โพธิ์ทอง พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ รอง ผกก.สส.สภ.นครไชยศรี , พ.ต.ท.ธนกร พัฒนนันแก้ว รอง ผกก.กก.ควบคุมธุรกิจ นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ , พ.ต.ต.ภาคิน ไกรกิตติชาญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ต.จิฑาวัฒน์ ประสงค์กุล สว.สส.สภ.คูบางหลวง พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาว B อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 186/2562 ลงวันที่ 1 ก.พ. 2562 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่บริเวณหน้า ดีดี ออล เพลส เลขที่ 35 ถ.โชคชัย 4 ซอย 37 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายรายนี้ หลอกลวงในลักษณะดังกล่าว มาแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ได้ที่ ศูนย์ ศปอส.ตร. หรือ ที่ สน.ห้วยขวาง ต่อไป

Digital Forensics: Case Study

ที่มา: ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ - ศปอส.ตร.
https://bit.ly/2H1iI8x

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics

#computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Digital Forensics:คดีการเงิน ฎีกาที่ 7295/2554

Digital Forensics:คดีการเงิน

ฎีกาที่ 7295/2554

จำเลยปลอมใบถอนเงินของธนาคารโจทก์ร่วมโดยเขียนข้อความและลงลายมือชื่อปลอมของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกถอนเงินมอบฉันทะให้จำเลยเป็นผู้เบิกถอนเงิน รับเงิน และรับสมุดบัญชีเงินฝาก แล้วจำเลยใช้และอ้างใบถอนเงินปลอมแก่พนักงานโจทก์ร่วม จนพนักงานโจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริง เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมต้องจ่ายเงินตามใบถอนเงินปลอมให้แก่จำเลย โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 และย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง
พฤติการณ์ของจำเลยที่ลักและเอาไปเสียซึ่งสมุดบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายแล้วปลอมใบถอนเงินของธนาคารโจทก์ร่วมเอาไปแสดงต่อพนักงานของโจทก์ร่วมเพื่อขอเบิกถอนเงิน เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อให้ได้เงินจากธนาคารโจทก์ร่วมเป็นหลัก จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท


Digital Forensics: Case Study

ที่มา: https://bit.ly/2TnjFOd

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics

#computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Friday, March 1, 2019

Digital Forensics: คดี จับกุมมิจฉาชีพ หลอกลวงลงทุนเกร็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX)

Digital Forensics:คดี จับกุมมิจฉาชีพ หลอกลวงลงทุนเกร็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FOREX)

FOREX
​จากการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้ คือ บริษัท xxx จำกัด โดย นายA   กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ,  กับพวก โดย นายA กับพวก มีหน้าที่ร่วมกันชักชวนหาผู้ลงทุนเกร็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ(Forex) โดยการโพสต์เฟซบุ๊ค ชื่อ “EA ARBITRAGE” การันตีกำไร ผลตอบแทนสูง ร้อยละ 25-40 ต่อเดือน หรือ ร้อยละ 5-15 ต่อสัปดาห์ ถ้าได้กำไรสามารถถอนกำไรได้ทุกสัปดาห์ หากขาดทุนจะเยียวยาให้เท่ากับเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนได้ลงทุนไป จะต้องลงขั้นต่ำจำนวน 500-10,000 ดอลล่าห์สหรัฐ (คิดอัตรา 1 เหรียญต่อ 33.80 บาท) ถ้าได้ผลตอบแทน 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้ลงทุนจะได้รับ 70 เปอร์เซ็นต์ หักค่าเทรดจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ และค่าดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เดือนละ 700 บาท มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งในช่วงแรกได้รับผล ตอบแทนจริงตามที่กำหนด ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาไม่จ่ายผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ ผู้เสียหายบางรายถูกเทรดจนพอร์ทการลงทุนติดลบ บางรายไม่สามารถถอนผลกำไรจากพอร์ทการลงทุนได้ โดยกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่าระบบคอมพิวเตอร์มีปัญหา และหากผู้ลงทุนต้องการถอนผลกำไรจะต้องหาผู้ร่วมลงทุนได้เพิ่มเติมจึงจะถอนผลกำไรได้ หรือได้รับการเยียวยาคืนเงินต้นที่ลงทุนไป และบางรายถูกกลุ่มผู้ต้องหาปิดพอร์ทการลงทุนไป

​พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลอาญา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”​ ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธร

ภาค 1 , 5 และกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้บูรณาการกำลัง เข้าตรวจค้นที่ตั้งบริษัท xxx  จำกัด บ้านพักผู้ต้องหา และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา จำนวน 6 จุดทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายในคดีนี้ ตรวจยึดทรัพย์สินมีค่าซึ่งเชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิด มูลค่าประมาณกว่า 22 ล้านบาท นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
.
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง”ระวางโทษ “จำคุกไม่เกิน3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83
.
ความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ระวางโทษ “จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
.
ความผิดฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ระวางโทษ “จำคุก 5 – 10 ปี ปรับ 5แสน – 1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่” ตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 , 5 , 12 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

.

ความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ระวางโทษ “จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14(1)


Digital Forensics: Case Study

ที่มา: ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ - ศปอส.ตร.
https://bit.ly/2DcDtJX

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics

#computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Digital Forensics:คดีโกงเงินแบบใหม่ ดูดเงินในบัญชีธนาคาร

Digital Forensics:คดีโกงเงินแบบใหม่ ดูดเงินในบัญชีธนาคาร

โกงเงินแบบใหม่ ดูดเงินในบัญชีธนาคาร “หมดเกลี้ยง” ภายในไม่กี่นาที อย่ากดตกลงเด็ดขาด ถ้าไม่อยากหมดตัว 👀

👉 ในสังคมยุคปัจจุบันนี้ภัยอันตรายต่างๆ เข้ามาหาเราได้หลากหลายช่องทางมีทั้งใกล้ตัวและไกลตัว วันนี้เราจึงมาเตือนภัยทุกคน รูปแบบการโกงเงินแบบใหม่ ที่จะดูดเงินในบัญชีธนาคารให้หมดในไม่กี่นาที เรามาดูกันเลยดีกว่า ภัยแบบใหม่นี้จะมีลักษณะอย่างไรเมื่อไม่นานมานี้ทางด้านแฟนเพจ กองปราบปราม ได้โพสต์ข้อความ เตือนภัยที่มิจฉาชีพใช้ในการโกงเงิน โดยระบุว่า

ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์ ที่มักจะเปิดเผยเลขบัญชีธนาคาร และถูกคนร้ายเข้ามาทำทีเป็นลูกค้ามาขอซื้อสินค้าออนไลน์ และขอเลขเลขประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ในบัตรประชาชนของผู้เสียหายเมื่อคนร้ายได้ข้อมูลดังกล่าวแล้วจะนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้น ไปเปิดบัญชี True Wallet ใหม่ขึ้น และตั้งค่าบัญชี True Wallet ให้เชื่อมเข้ากับบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย จากนั้นก็จะมีการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ในทำนองที่ว่า “คุณต้องการที่จะให้บัญชีธนาคารของคุณเชื่อมต่อกับ True Wallet หรือไม่” แต่การแจ้งเตือนนั้นมีข้อความค่อนข้างยาว จึงทำให้ผู้เสียหายหลายรายไม่อยากอ่าน และมองว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นถ้าหากผู้เสียหายกด “ยอมรับ” หรือ “ตกลง” การเชื่อมบัญชีระหว่าง Mobile Banking ของผู้เสียหายกับบัญชี True Wallet ของคนร้ายก็จะสมบูรณ์ คนร้ายจะสามารถยักย้ายถ่ายโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ผ่านช่องทาง Mobile Banking ไปยังบัญชี True Wallet ของคนร้ายจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาทีจากการกระทำดังกล่าว จะเห็นได้ว่า คนร้ายฉวยโอกาสจากการที่ชีวิตผู้คนในปัจจุบัน นิยมความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ทั้งนี้ทางกองปราบได้ฝากเตือนให้ระมัดระวัง พยายามอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับใคร และหากมีการแจ้งเตือนเข้ามาในโทรศัพท์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน
https://www.naykhaotom.com/suck-money-in-bank-accounts/

👮‍♂️ วิธียกเลิกการผูกบัญชี Mobile Banking กับ True Wallet
👉 เจ้าของบัญชีต้องนำสมุดบัญชี , บัตรประชาชน ฯลฯ ไปทำการยกเลิกเองที่สาขาเท่านั้น ไม่สามารถกดยกเลิกได้จาก แอปพลิเคชั่นใดๆเลย
👉 ขอให้อ่านข้อความที่แจ้งเตือนมานั้นให้ละเอียด หากอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องตอบตกลง เพราะไม่แน่ การแตะหน้าจอเพียงครั้งเดียว อาจจะทำให้เงินของท่านถูกถอนออกจนหมดบัญชีก็ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.naykhaotom.com/suck-money-in-bank-accounts/

Digital Forensics: Case Study

ที่มา:กองปราบปราม #กองปราบปราม #CSDThailand
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics
#computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Thursday, February 28, 2019

Digital Forensics:คดี ปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวปลอม

Digital Forensics:คดี ปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวปลอม

ปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวปลอม

เพื่อทำลายความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของประเทศ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
ตามนโยบายของรัฐบาล , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. ได้ร่วมกันแถลงข่าวการดำเนินการกับผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
 ตามที่มีบุคคลนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยได้มีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเว็บไซต์ jookthai.com โดยพาดหัวข่าวว่า “เกณฑ์ทหาร 2 เป็น 4 ปี” และ “บิ๊กแดง จับมือ บิ๊กตู่ ร่างกฎหมายใหม่ ทหารเกณฑ์เป็น 4 ปีเต็ม ไม่มีพลัด ห้ามกลับบ้าน” พร้อมการนำภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มาตัดต่อรวมกัน เพื่อนำมาเป็นสื่อกระจายแก่บุคคลต่าง ๆ ซึ่งการดัดแปลงดังกล่าว อาจส่งผลทำให้ประชาชนที่ได้รับสื่อเกิดความตื่นตระหนก และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลจริง ต่อมา พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้รับมอบอำนาจจาก คสช. ให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. จากการสืบสวนทราบว่ามีผู้เผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอมดังกล่าว ซึ่งกระทำผิดฐาน “นำเข้า เผยแพร่ หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ตามมาตรา 14(2)(5) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในวันนี้ มีผู้กระทำความผิดมาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. จำนวน 11 ราย ประกอบด้วย ผู้นำเข้า 2 ราย และ ผู้แชร์ 9 ราย ซึ่งทาง บก.ปอท. จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 ดังนั้น ในห้วงเวลานี้ ใกล้สู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 จะมีการหาเสียงจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง และอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างความปั่นป่วนผู้สมัครรับเลือกตั้ง สร้างข่าวปลอมโจมตีใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลและผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำลายความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของประเทศ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงขอประชาสัมพันธ์ประชาชนในการติดตามข่าวสาร ควรมีการตรวจสอบ แหล่งที่มาของข่าวสาร มีสติไตร่ตรอง ก่อนแชร์หรือส่งต่อข่าวสาร เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

Digital Forensics: Case Study

ที่มา: ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ - ศปอส.ตร.
https://bit.ly/2GJ2Mrh 

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics

#computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Wednesday, February 27, 2019

Digital Forensics: คดีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามก

Digital Forensics:คดีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามก
 รวบแอดมิน กรุ๊ปลับ Line – VK กลุ่มสังคมแบ่งปันคลิป
รวบแอดมิน กรุ๊ปลับ Line – VK กลุ่มสังคมแบ่งปันคลิป #มุดใต้กระโปรง #งานอาบน้ำ #แอบถ่ายห้องน้ำ ตามนโยบายรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและมีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระทำความผิดในระบบคอมพิวเตอร์ และสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นควบคู่ไปพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่เป็นปัญหาที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญ และเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าได้ถูกคนร้ายแอบถ่ายคลิปวีดิโอขณะที่ตนเองกำลังอาบน้ำ และนำคลิปไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ต่อมาในวันที่ 31 มกราคม 2562 ศปอส.ตร.สามารถจับกุมตัวผู้ที่แอบติดตั้งกล้อง และนำคลิปวีดิโอไปขายในสังคมออนไลน์ ได้ดังที่ปรากฎเป็นข่าวไปแล้วนั้นนอกจากนี้ยังพบว่าได้มีผู้นำเอาคลิปวีดิโอดังกล่าวไปเผยแพร่ในกลุ่มแอพพลิเคชั่น Line ซึ่งจะต้องเสียค่าสมาชิกจำนวน 300 บาทต่อคน จึงจะสามารถเข้าร่วมในกลุ่มเพื่อรับชมคลิปวีดิโอในกลุ่มได้ โดยคลิปวีดิโอที่เผยแพร่ในกลุ่มพบว่าเป็นคลิปวีดิโอที่มีลักษณะอันลามก เช่น แอบถ่ายผู้หญิงขณะอาบน้ำในโรงแรม แอบถ่ายผู้หญิงขณะใช้ห้องน้ำตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในสถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้า ร้าน fastfood ร้านกาแฟชื่อดัง รวมถึงคลิปแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงที่เดินอยู่ในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า ในมหาวิทยาลัย ฯลฯ พฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตคลิปวีดิโอ หรือผู้เผยแพร่ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม โดยเฉพาะกับกลุ่มสุภาพสตรีที่อยู่ในสถานที่สาธารณะ
 พ.ต.ท.ปัญญา กุลไทย รอง ผกก.สส.บก.น.4/ หน.ชุดปฏิบัติการที่ 2 ศปอส.ตร. ร่วมกันกับ สน.วังทองหลาง สืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้เผยแพร่คลิปในกลุ่ม Line ซึ่งใช้ชื่อว่า Chaba Room I และ Chaba Room II โดยมีบัญชีที่ทำหน้าที่เป็น Admin ของกลุ่ม ใช้ชื่อว่า Chaba Bann จนกระทั่งสามารถสืบสวนพบว่าผู้ที่ทำหน้าที่ผู้ดูแลระบบ (Admin) ก็คือ นายพฤทธิ์ศิกาญจน์ พูลเกสร อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้าง พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี สามารถตรวจยึดของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 2 เครื่อง, เครื่องไอแพด จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง, อุปกรณ์ที่ใช้เก็บบันทึกไฟล์วีดิโอ และ เอกสารการจดบันทึกรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม รวมของกลาง 17 รายการ พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้ดำเนินคดีผู้ต้องหาในข้อหา“นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้,เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก”

มาตรา ๑๔
ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
- เผยแพร่ หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
 ผิด พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พุทธศักราช 2560 มาตรา 14(4),(5) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

Digital Forensics: Case Study

ที่มา:
https://bit.ly/2GHpNuJ
https://bit.ly/2MQPOXL

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#พยานหลักฐานดิจิทัล

#windowsforensics

#computerforensics

#digitalforensics

Tuesday, February 26, 2019

Digital Forensics: กรณีศึกษา คดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

Digital Forensics: กรณีศึกษา คดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 

Digital Forensics: Case Study

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า รองผู้จัดการฝ่ายขาย พอรู้ว่าถูกให้ออก ก็เข้าบริษัทไปลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท 

ฝ่าย IT ก็เอา hard disk ไปกู้ ระหว่างการกู้ข้อมูล ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ฝ่าย IT คนหนึ่ง เป็นแฟนของทีมฝ่ายขายที่ถูกไล่ออก เลยไปดึงเอา hard disk ออกจากคอมพิวเตอร์ที่กำลังคัดลอกข้อมูล ทำให้การกู้ข้อมูลล้มเหลวครับ 

พนักงานอัยการ สั่งฟ้อง รอง ผจก.ฝ่ายขาย ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ม.9 (ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ...) และสั่งฟ้อง เจ้าหน้าที่ฝ่าย IT ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ม.9 และ 10 (ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้...)

ประเด็นน่าสนใจตรงที่ การที่เจ้าหน้าที่ฝ่าย IT ไปดึงเอา hard disk ออกจากคอมพิวเตอร์ที่กำลังคัดลอกข้อมูล ทำให้การกู้ข้อมูลล้มเหลวนั้น เป็นการทำให้เสียหาย ทำลายข้อมูล ที่ถูกทำลายโดยรอง ผจก.ฝ่ายขาย ไปแล้วได้ด้วยหรือ

การลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ จะมีผลอย่างไร สามารถกู้ข้อมูลคืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับวัสดุที่บันทึกข้อมูล และวิธีการลบครับ


กรณี hard disk ปกติ แบบจานหมุนแม่เหล็ก ในคดีนี้ ถ้าลบข้อมูลด้วย คำสั่ง Delete หรือ ลากไปใส่ในถังขยะ recycle bin หรือสั่ง Empty ลบใน recycle bin อีกครั้งก็ตาม กรณีนี้ ยังสามารถกู้ข้อมูลได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ยังไม่มีข้อมูลใหม่ ไปเขียนทับข้อมูล บนพื้นที่เดิมที่บันทึกข้อมูลไว้ครับ

ดังนั้น แม้รอง ผจก.ฝ่ายขาย สั่งลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ถือเป็นความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 9 แล้ว
ขณะนั้นข้อมูลที่ยังมีอยู่ สามารถกู้คืนได้ การที่เจ้าหน้าที่ฝ่าย IT ไปดึงเอา hard disk ออกจากคอมพิวเตอร์ที่กำลังคัดลอกข้อมูล ทำให้การกู้ข้อมูลล้มเหลว ถือเป็นทำให้เสียหาย ทำลายข้อมูลคอมพิวเตอร์ อีกวิธีการหนึ่งได้ด้วยครับ

ประเด็นน่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Hard disk หรือจานบันทึกแบบแข็ง) ในขณะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการกู้ข้อมูล ถือเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกันฯ จึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 3

พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 3
"ระบบคอมพิวเตอร์" หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ
ที่มา: https://bit.ly/2MQPOXL

การถอดออกขณะที่ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ ถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ถูกระงับ ฯลฯ จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ เป็นความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 10 ด้วยครับ
คำฟ้อง พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 9 ลบข้อมูล

คำฟ้อง พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 9 และ 10 ดึงอาร์ดดิสขณะกู้ข้อมูล

ที่มา: Pakorn Dharmaroj
ท่านปกรณ์ ธรรมโรจน์ สำนักงานอัยการสูงสุด

 เพิ่มเติม:
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย
ที่มา: facebook วิธิวัฒน์ เลิศชัยมงคล ขออธิบายเสริมเกี่ยวกับการลบข้อมูลโดยการ คำสั่ง Delete หรือ ลากไปใส่ในถังขยะ recycle bin หรือสั่ง Empty ลบใน recycle bin
  • ทางเทคนิค ตัวเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์มีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลดังนี้ครับ เวลาคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บข้อมูล คอมพิวเตอร์จะทำการเก็บข้อมูลเป็นบล็อกๆ เช่น หากเราจะเก็บไฟล์ที่ชื่อ a.doc สมมุติว่ามีขนาด 1.2 เม็ก แต่ระบบการจัดเก็บเก็บข้อมูล บล็อกละ 0.5 เม็ก คอมพิวเตอร์จึงต้องใช้ 3 บล็อกในการจัดเก็บ โดยปกติข้อมูลที่เก็บมักจะไม่เรียงบล๊อกกัน เช่น ข้อมูล a.doc อาจจะอยู่ที่บล็อก 1 3 10 เป็นต้น โดยเนื้อที่ส่วนหนึ่งตัวเก็บข้อมูล( harddisk )จะมีการสร้างตารางระบุสถานที่เก็บข้อมูลไฟล์(index table) บอกว่า หากต้องการไฟล์ที่ชื่อ a.doc ให้ไปเริ่มต้นที่บล็อก 1 ->3 ->10 ดังนั้นเวลาที่ทำการ delete หรือลากไปใส่ในถังขยะ recycle bin หรือสั่ง Empty ลบใน recycle bin แบบปกติ จะทำการลบข้อมูลในส่วนตารางระบุสถานที่เก็บข้อมูลไฟล์( index table) เท่านั้น แต่ข้อมูลจริงๆก็ยังคงอยู่ในบล็อก 1 3 10 หาก ซึ่งหากไม่มีการเขียนทับข้อมูลดังกล่าวก็ยังคงสามารถกู้ข้อมูลได้ / ดังนั้นจะสังเกตเห็นว่า การลบข้อมูลที่มีจำนวนขนาดใหญ่ไฟล์เดียว จะลบเร็วกว่าข้อมูลที่มีขนาดเท่ากันแต่มีหลายไฟล์ เพราะการลบข้อมูลหากเป็นไฟล์ใหญ่ไฟล์เดียวก็จะทำการลบตัวชี้ข้อมูล (index)เพียงตัวเดียว แต่กรณีลบข้อมูลหลายไฟล์ก็จะทำการลบตัวชี้ข้อมูลหลายตัว
แม้ว่าการลบแบบคำสั่ง Delete หรือ ลากไปใส่ในถังขยะ recycle bin หรือสั่ง Empty ลบใน recycle bin แม้จะกู้ข้อมูลขึ้นมาได้ก็ตาม แต่การเรียกใช้งานข้อมูลนั้นจำเป็นจะต้องมีข้อมูลในส่วนของตารางระบุสถานที่เก็บข้อมูลไฟล์(index table)ด้วย ดังนั้นเมื่อทำการลบแบบปกติก็ย่อมเป็นการทำให้เสียหาย ทำลายข้อมูลคอมพิวเตอร์แล้ว




 A sector is a physical spot on a formatted disk that holds information. When a disk is formatted, tracks are defined (concentric rings from inside to the outside of the disk platter. Each track is divided into a slice, which is a sector. On hard drives and floppies, each sector can hold 512 bytes of data.
A block, on the other hand, is a group of sectors that the operating system can address (point to). A block might be one sector, or it might be several sectors (2,4,8, or even 16). The bigger the drive, the more sectors that a block will hold.

https://bit.ly/2Sp4cIF

#WindowsForensic #computerforensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #investigation #cybercrime #fraud



หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

Data Breach Check

Data Breach Check Data Breach Check EP.4 “คิด ก่อน Prompt” AI อาจช่วยคุณทำงานได้เร็วขึ้น แต่บางครั้ง…ข้อมูลสำคัญก็อาจ “หลุดออกไป” โดยไม่รู้...