Showing posts with label หลักฐานคอมพิวเตอร์. Show all posts
Showing posts with label หลักฐานคอมพิวเตอร์. Show all posts

Friday, October 7, 2022

Digital Forensics:การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence

Digital Forensics:การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence


การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence

                               Photo by: สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

หลักฐานดิจิทัล (Digital Evidence) คือ ข้อมูลหรือสารสนเทศที่อยู่ในรูปแบบของ Bit 0  หรือ 1 (ศูนย์ หรือ หนึ่ง รวมเรียกได้อีกอย่างว่า Binary) ซึ่งสามารถแสดงผลออกมาเป็นข้อมูลที่คนทั่วไป สามารถเข้าใจได้ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสามารถใช้ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หรือ หาความกระจ่างให้กับเรื่องที่กำลังสนใจอยู่ได้ รวมถึงสามารถใช้ในกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล



ทั้งนี้ การจะสามารถนำมาประกอบการพิจารณาในชั้นศาลได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ประเด็นความท้าทายเกี่ยวกับหลักฐานดิจิทัล (บทบาท คุณลักษณะ ความเปราะบางหลักฐาน)

หลักฐานดิจิทัลถึงแม้จะจับต้องไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นหลักฐานทางกายภาพ ธรรมชาติของหลักฐานดิจิทัลจะอยู่ในรูปแบบของสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field),  การเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้า (Electronic Pulse) หรือการสะท้อนและ Spectrum ของแสง (Optical Reflection/Optical Spectrum) ที่สามารถแปลผลออกมาให้อยู่ในรูปแบบ Binary เพื่อที่จะให้ระบบคอมพิวเตอร์นำไปประมวลผลและแสดงผลออกมาให้กับผู้ใช้งานได้

ข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลทุกอย่าง สามารถใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือหาความกระจ่างให้กับเรื่องที่กำลังสนใจอยู่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจอยู่นั้นหรือไม่

ตัวอย่างของเรื่องที่สามารถแก้ปัญหาโดยใช้หลักฐานทางดิจิทัลก็คือ

  • การพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีเกิดข้อพิพาทของบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป
  • การพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนนโยบายขององค์กร จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและองค์กร
  • การพิจารณาคดีความทางแพ่งและอาญา
  • การค้นหาสาเหตุของการโจมตีทางไซเบอร์ว่าเกิดจากช่องโหว่ใด เพื่อที่จะได้ทำการแก้ไขให้ตรงจุด

ความเปราะบางของหลักฐานดิจิทัลเอง ก็เป็นผลมาจากรูปแบบที่ถูกจัดเก็บตามที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น ทำให้หลักฐานนั้นถูกเปลี่ยนแปลง ทำให้เสียหายหรือถูกทำลายได้ง่าย หากมีการดูแลที่ไม่เหมาะสมหรือการวิเคราะห์หลักฐานโดยขาดความระมัดระวัง ด้วยเหตุนี้เอง หลักฐานทางดิจิทัลจึงมักจะประสบกับความท้าทายดังต่อไปนี้อยู่บ่อย ๆ

  • ความน่าเชื่อถือหรือความถูกต้องสมบูรณ์ของหลักฐาน (Authenticity & Integrity) เมื่อเก็บจากที่เกิดเหตุ
  • การจัดเก็บและการส่งต่อหลักฐาน โดยที่ยังคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือหรือความถูกต้องสมบูรณ์ของหลักฐาน
  • ความเข้าใจของผู้ที่พิจารณาข้อเท็จจริงหรือคดีความที่มีหลักฐานดิจิทัลเป็นส่วนเกี่ยวข้อง

ดังนั้น การได้มา จัดเก็บ รักษา และวิเคราะห์หลักฐานทางดิจิทัลจะต้องทำด้วยวิธีการเฉพาะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง

ประเภทของข้อมูลดิจิทัล

ประเภทของข้อมูลทางดิจิทัลที่สามารถสกัด (Extract) ออกมาจากแหล่งข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในรูปแบบ Electronic มีดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • ตำแหน่ง GPS
  • ภาพถ่ายนิ่ง หรือ เคลื่อนไหว
  • บันทึกเสียง
  • ประวัติการเข้าใช้งานเว็บไซต์
  • ข้อมูลธุรกรรมการเงิน
  • บันทึกการสนทนาเป็นตัวอักษร (Chat Log)
  • การตั้งค่าของระบบคอมพิวเตอร์
  • ข้อมูลการเชื่อมต่อทางเครือข่าย
  • รายการโปรแกรมที่กำลังถูกใช้งาน
  • รายการของไฟล์ที่กำลังถูกเข้าถึง
  • บันทึกเหตุการณ์ (Log) ของระบบปฏิบัติการและ Application
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลงของ File System
  • ข้อมูลที่ไม่ได้ถูกเขียนทับโดยสมบูรณ์ที่อยู่ใน Free Space และ Slack Space ซึ่งสามารถกู้คืนกลับมาได้
  • บันทึกกิจกรรมในเครือข่าย (Network Log)

บทบาทของหลักฐานดิจิทัล (กฎของหลักฐาน)

จากที่เราทราบกันแล้วว่า หลักฐานดิจิทัลนั้นเป็นสิ่งที่มีความอ่อนไหว ง่ายต่อการเสียหายมาก การวิเคราะห์หรือการดำเนินการใด ๆ จึงไม่สามารถกระทำบนหลักฐานต้นฉบับได้
แต่กฎของหลักฐานที่ดีที่สุดก็มีอยู่ว่า ข้อเท็จจริงที่จะใช้ในการนำเสนอในกระบวนการยุติธรรมได้ ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากหลักฐานต้นฉบับหรือตัวจริงเท่านั้น หรือแม้กระทั่งการพิสูจน์กระบวนการนอกชั้นศาล ก็ต้องพิสูจน์ได้ว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากหลักฐานดิจิทัลไม่ได้ผ่านการเติมแต่งเปลี่ยนแปลง ตรงตามต้นฉบับทุกประการ การที่จะทำให้หลักฐานทางดิจิทัลเป็นที่ยอมรับได้นั้นจะต้อง

  • ทำสำเนาจากหลักฐานต้นฉบับโดยให้ตรงกับต้นฉบับทุกประการ หรือที่เรียกว่า Bit-for-Bit Copy หรือ Duplicate
  • ในการทำสำเนาต้องใช้เทคโนโลยี Write-Blocker เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของหลักฐานโดยไม่ได้เจตนา
  • ทำการบันทึกกิจกรรมในการทำสำเนาหลักฐานพร้อมภาพถ่ายอย่างละเอียด
  • เริ่มการบันทึกห่วงโซ่หลักฐาน (Chain of Custody) ตั้งแต่การทำสำเนาครั้งแรก

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประเภทและความสามารถในการเก็บหลักฐาน

การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence

ประเภทของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลที่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางดิจิทัล ได้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความสามารถในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล เช่น
    • Desktop Computer
    • Smart Phone
    • Laptop Computer
    • IoT Devices
    • Medical Device
    • Smart Device อื่น ๆ

  • การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence
  • อุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มขีดความสามารถ หรือ เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลของอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์หลัก เช่น
    • External Hard Drive
    • Printer
    • Scanner
    • Smart Card Reader
    • NFC Reader
    • Network Equipment

การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence

กระบวนการตรวจสอบหลักฐานดิจิทัล

จากความต้องการในการใช้งานหลักฐานดิจิทัล ความท้าทาย ธรรมชาติของหลักฐานนั้น ทำให้ต้องมีกระบวนการที่จะตอบสนองการใช้งานหลักฐานดิจิทัล เริ่มตั้งแต่การได้มา จัดเก็บ ส่งมอบ วิเคราะห์และตรวจสอบ จนถึงการรายงานผลการวิเคราะห์ ดังนี้

  • การประเมินหลักฐาน
  • การได้มาซึ่งหลักฐาน
  • การส่งมอบหลักฐานดิจิทัล
  • การตรวจสอบและวิเคราะห์หลักฐาน
  • การจัดทำเอกสารหลักฐานและรายงาน

ขั้นตอนการประเมินหลักฐาน

เมื่อทราบเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงที่ต้องการพิสูจน์แล้ว ต้องประเมินให้ได้ว่าหลักฐานดิจิทัลที่อยู่ในอุปกรณ์ใดบ้างที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประกอบการพิจารณา

ขั้นตอนการได้มาซึ่งหลักฐาน

การได้มาซึ่งหลักฐานจะต้อง

  • ทำสำเนาจากหลักฐานต้นฉบับ โดยให้ตรงกับต้นฉบับทุกประการ หรือที่เรียกว่า Bit-for-Bit Copy หรือ Duplicate
  • ในการทำสำเนาต้องใช้เทคโนโลยี Write-Blocker เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของหลักฐานโดยไม่ได้เจตนา
  • ป้องกันการเปลี่ยนแปลงหรือทำลายชิ้นหลักฐาน ซึ่งอาจเกิดจากสิ่งรบกวนทางกายภาพ เช่น ความชื้น ไฟฟ้าสถิต
  • ทำการบันทึกกิจกรรมในการทำสำเนาหลักฐานพร้อมภาพถ่ายอย่างละเอียด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการจัดเก็บหลักฐาน
  • ลายนิ้วมือของหลักฐานต้นฉบับและ Duplicate จะต้องตรงกัน สามารถทำได้โดยคำนวณ Cryptographic Hash/Checksum เช่น SHA-1, SHA-256, MD5 CRC-32 ของหลักฐานทั้งสองชุดแล้วนำมาเปรียบเทียบกัน และลายนิ้วมือจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • ตลอดอายุการใช้งานของหลักฐาน
  • เริ่มการบันทึกห่วงโซ่หลักฐาน (Chain of Custody) ตั้งแต่การทำสำเนาครั้งแรก

การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence

Photo by: สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

ขั้นตอนการส่งมอบหลักฐานดิจิทัล

ทุกครั้งที่มีการส่งมอบหลักฐาน เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งหลักฐานครั้งแรก จะต้องมีการบันทึก Chain of Custody ซึ่งประกอบด้วย

  • วัน เวลา สถานที่ ที่ส่งมอบหรือจัดเก็บหลักฐาน
  • ชื่อผู้ส่งมอบ
  • ชื่อผู้รับ
  • สิ่งที่ส่งมอบ เหตุผลในการส่งมอบ

ขั้นตอนการตรวจสอบและวิเคราะห์หลักฐาน

ทำการวิเคราะหลักฐานเพื่อพิสูจน์ หรือ ปฏิเสธสมมติฐาน ในการสอบสวนหรือค้นหาความจริง ในส่วนนี้ไม่มีขั้นตอนตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังพิสูจน์เรื่องอะไรอยู่ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สำคัญ และเป็นที่แน่นอนเลย คือ ผู้วิเคราะห์จะต้องมีความเข้าใจในระบบที่จะทำการวิเคราะห์เป็นอย่างดี แต่ก็มีเทคนิคที่สามารถใช้ได้โดยทั่วไป ดังนี้

  • การกู้ไฟล์ที่ถูกลบ
  • การวิเคราะห์เนื้อหาไฟล์ที่น่าสนใจและเกี่ยวข้อง
  • การลำดับเหตุการณ์และวิเคราะห์ลำดับเหตุการณ์ (Timeline Analysis)
  • การถอดรหัสไฟล์
  • การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งเข้าด้วยกัน (Correlation)

ขั้นตอนการจัดทำเอกสารหลักฐานและรายงาน

เมื่อการวิเคราะห์หลักฐานเสร็จสิ้นและได้ข้อสรุปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การจัดทำรายงาน
เพื่อนำเสนอผลต่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในกรณีนั้น ๆ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ซึ่งมีขั้นตอนปฏิบัติ ที่เป็นแนวทาง ดังนี้

  • ก่อนที่จะเริ่มเขียน ให้คำนึงถึงผู้ที่จะต้องนำรายงานไปใช้งาน
  • ทำรายงานให้กระชับที่สุด
  • จัดเรียงเนื้อหาให้ผู้ทำไปใช้สามารถใช้งานได้สะดวก
  • เนื้อหาจะต้องถูกต้องแม่นยำทุกรายละเอียด และไม่สร้างความสับสนให้ผู้อ่าน
  • รูปภาพและคำอธิบายต้องได้รับการจัดวางให้อยู่ในที่ ที่เหมาะกับการใช้งานของผู้อ่าน
  • มีการสรุปเพื่อให้เห็นภาพรวม
  • รายงานต้องผ่านกระบวนการ Peer Review

เอกสารรายงานการตรวจสอบหลักฐาน

องค์ประกอบของเอกสารรายงานการตรวจสอบหลักฐาน มีดังต่อไปนี้

  • บทนำ ชื่อ และรายละเอียดของผู้วิเคราะห์
  • ที่มาและความจำเป็นในการวิเคราะห์หลักฐาน พร้อมทั้งสิ่งที่ต้องการพิสูจน์
  • ผลสรุปจากการวิเคราะห์ และมีผลอย่างไรต่อเรื่องที่จะพิสูจน์
  • วิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์
  • เครื่องมือที่ใช้
  • รายการหลักฐานที่ได้รับการวิเคราะห์
  • รายละเอียดในการดำเนินการ พร้อมทั้งผลที่ได้ ที่สอดคล้องกับข้อสรุป
  • ข้อเท็จจริงที่ได้จากการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนที่สอดคล้องกับข้อสรุป ต้องไม่มีความเห็นเจือปน
  • ข้อสรุปในภาพรวมและความเห็นของผู้เชี่ยวขาญ
  • ภาคผนวก และไฟล์แนบที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์

จากประเภทของข้อมูลดิจิทัล จะเห็นได้ว่าปัจจุบันธุรกรรมเกือบทุกประเภทจะถูกแปลงเป็น
รูปแบบดิจิทัลเกือบทั้งหมดแล้ว และสุดท้ายทั้งหมดนี้จะกลายมาเป็นพยานหลักฐานดิจิทัลนั่นเองครับ

การวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัลนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์
เพื่อที่จะค้นหา และใช้ประโยชน์จากหลักฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือหาความกระจ่างให้กับเรื่องที่สนใจครับ

การสืบหาหลักฐานดิจิทัล Digital Evidence

รูปภาพจาก ACIS Professional


       หลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระด้ับพื้นฐาน Cyber security Foundation Course
 

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD #คดีอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ #พยานหลักฐานดิจิทัล

Wednesday, September 22, 2021

Digital Forensics:กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล

Digital Forensics:กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล

 

    กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล เป็นที่สนใจมากขึ้น เหตุจากช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นกับระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบเครือข่ายของหน่วยงาน องค์กรทางภาครัฐและเอกชน

 

บทความโดย... รศ.ดร.พงษ์พิสิฐ วุฒิดิษฐโชติ และ เกียรติศักดิ์ จันทร์ลอย 
ภาควิชาการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ปัญหาเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เกิดขึ้น เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐานหยุดทำงานจากการถูกการโจมตี หรือเหตุการณ์ข้อมูลสารสนเทศสำคัญทางการแพทย์รั่วไหล รวมถึงการที่ข้อมูลลูกค้าของภาคธุรกิจการถูกจารกรรม 

จากเหตุการณ์ที่เกิด ย่อมทำให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจมีความกังวลและมีความตื่นตัวเกิดขึ้น โดยการเตรียมแผน (Plan) นโยบาย (Policy) กระบวนการ (Process) การให้ความรู้ (Awareness) รวมถึงเทคโนโลยี (Technology) ต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการรับมือและตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติ ภัยคุกคามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 


    ที่ผ่านมาทุกส่วนงานต่าง ๆ มุ่งเน้นกระบวนการทางด้านการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น สำหรับบริหารความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากกระบวนการในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ (Incident Response) แล้ว ยังมีอีกหนึ่งกระบวนการที่สำคัญซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า “กระบวนการพิสูจน์หลักฐานทางด้านดิจิทัล” (Digital Forensics Investigation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้สำหรับหาตัวผู้กระทำความผิดหรือใช้สำหรับเก็บรวมรวบ ข้อมูล หลักฐานต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีความหรือการฟ้องร้องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หลังจากเหตุการณ์การจารกรรมข้อมูล ภัยคุกคาม หรือข้อมูลสำคัญรั่วไหล 


    ISO (International Organization for Standardization) ได้กำหนดมาตรฐานสากล ISO/IEC 27037:2012 Information technology-Security techniques-Guidelines for identification, collection, acquisition, and preservation of digital evidence  ที่เกี่ยวกับหลักการด้าน “กระบวนการจัดการข้อมูลหลักฐานดิจิทัล” ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 4 ส่วนดังนี้

หลักฐานดิจิทัล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์ดิจิทัล หรือถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการ กระบวนการที่ได้รับการรับรองตามหลักการสากล สำหรับนำเสนอหรือใช้งานเหตุการณ์ที่มีคดีความ ให้สามารถใช้นำเสนอเป็นหลักฐานในชั้นศาล เพื่อรับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาลที่มีเขตอำนาจได้ มาตรฐานจะหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เฉพาะเขตอำนาจศาลใดศาลหนึ่ง และจะไม่ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัลหรือการยอมรับหรือการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน และความเกี่ยวข้อง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังไม่กำหนดให้ใช้เครื่องมือหรือวิธีการเฉพาะ

รูปที่ 1 กระบวนการจัดการข้อมูลหลักฐาน
ภาพจาก A Novel Process Framework for Digital Forensics Tools: Based on ISO/IEC 27037:2012, โดย Da-Yu Kao, Guan-Jie Wu and Ying-Hsuan Chiu

 


ท่านสามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ link ด้านล่าง



อ่านเพิ่มเติม


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #computerforensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #investigation #cybercrime #fraud #กระบวนการพิสูจน์หลักฐานทางด้านดิจิทัล

 

Saturday, July 10, 2021

DIGITAL FORENSICS:แนวทางการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง

DIGITAL FORENSICS:แนวทางการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง

 

แนวทางปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการนิติวิทยาศาสตร์

  1. แนวทางปฏิบัติขององค์กร Association of Chief Police Officers หรือ ACPO ซึ่งเป็นสมาคมตำรวจของสหราชอาณาจักร  Good Practice Guide for Digital Evidence (แนวทางปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล)
 
DIGITAL FORENSICS:แนวทางการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง
2. ข้อเสนอแนะมาตรฐานการจัดการอุปกรณ์ดิจิทัลในงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน Version 1.0 :สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สพธอ.( Electronic Transactions Development Agency: ETDA) Download
3. SCIENTIFIC WORKING GROUP ON DIGITAL EVIDENCE (SWGDE) แนวทางการปฏิบัติงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ SWGDE Best Practices for Computer Forensic Examination
4.ISO/IEC 27037:2012 Information technology — Security techniques — Guidelines for identification, collection, acquisition and preservation of digital evidence แนวทางในการจัดการหลักฐานดิจิทัล ได้แก่ การระบุ การรวบรวม การได้มา และการเก็บรักษาหลักฐานดิจิทัล (ISO องค์กรมาตรฐานสากล)
5. ISO/IEC 27042 : Guidelines for the analysis and interpretation of digital analysis and interpretation of digital evidence:  แนวทางในการวิเคราะห์และตีความหลักฐานดิจิทัล


6.NIST 800-86 Guide to Integrating Forensic Techniques into Incident Response สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) The National Institute of Standards and Technology เป็นหน่วยงานรัฐบาลกลางที่ดำเนินงานโดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา  ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีที่องค์กรสามารถสร้างความสามารถทางนิติวิทยาศาสตร์ และพัฒนานโยบายและขั้นตอนพื้นฐานที่จำเป็น จุดเน้นคือการช่วยให้องค์กรใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยในการตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์และในการแก้ไขปัญหาด้านการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 
Forensics Process


7. Guidelines on Digital Forensic Procedures for OLAF Staff  (The European Anti-Fraud Office (OLAF) ให้การสนับสนุนในทางปฏิบัติแก่ทั้งผู้ตรวจสอบและพันธมิตรภายนอกสำหรับนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (การระบุ การรับ การสร้างภาพ การรวบรวม การวิเคราะห์ และการเก็บรักษาหลักฐานดิจิทัล)
8. Digital forensics Handbook, Document for teachers :European Union Agency for Cybersecurity (ENISA)คือ หน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางด้าน network และ information security ของ EU ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศกรีก ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนกลุ่มประเทศสมาชิกในการเสริมสร้างศักยภาพด้านไซเบอร์  นำเสนอผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้วยหลักการของนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลและหลักฐาน  สร้างความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักฐาน การยอมรับในชั้นศาล
9.Forensic Examination of Digital Evidence: A Guide for Law Enforcement  แนวทางการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล สำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและสำนักงานอัยการ  การจัดการกับหลักฐานดิจิทัล ให้อยู่ในกระบวนการสอบสวนที่สมบูรณ์  National Institute of Justice (NIJ)


10.มาตรฐานการปฎิบัติงานกลุ่มงาน /กองตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ กองตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาตร์
11. INTERPOL Guidelines for Digital Forensics First Responders: เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นโดย INTERPOL Innovation Centre เพื่อให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการระบุ จัดการ และเก็บรักษาหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ .

DIGITAL FORENSICS:แนวทางการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง

12. RFC3227: Guidelines for Evidence Collection and Archiving: (เอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ดูแลระบบได้รับแนวทางในการรวบรวมและจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย)

DIGITAL FORENSICS:แนวทางการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง
The Association for Computing Machinery.



อ่านเพิ่มเติม


ที่มา: ETDA,NIJ,NIST,ENISA,ISO,NPCC,SWGDE


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Thursday, June 24, 2021

DIGITAL FORENSICS:หลักฐานดิจิทัลกับเหยื่อผู้เสียหาย

 DIGITAL FORENSICS:หลักฐานดิจิทัลกับเหยื่อผู้เสียหาย

  • การสืบสวนความผิดทางเทคโนโลยีมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ร่องรอยดิจิทัลของคนร้ายเป็นสิ่งที่นำไปสู่การพิสูจน์ความผิด หลักการสืบสวนภาคทฤษฎีในโรงเรียนตำรวจสอนให้รู้จักการไล่เรียงความสัมพันธ์ เร่ิมจากการพิจารณาตัวทรัพย์ไปสู่คนร้ายหรือในทางกลับกัน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคนร้ายย้อนกลับมาสู่ตัวทรัพย์สิน แต่นั่นมักจะนำไปใช้กับคดีอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์
  • แต่เมื่อเป็นคดีเกี่ยวกับการล่อลองและแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ความเสียหายจะเกิดกับตัวบุคคลมากกว่าทรัพย์ เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนจากบริบทของทรัพย์ให้เป็นบุคคลที่เป็นเหยื่อแทน ร่องรอยดิจิทัลที่คนร้ายทิ้งไว้สามารถพบเจอได้สามแหล่งตามหลักวิชาการ กล่าวคือ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รูปแบบนี้ก็คือหลักการเบื้องต้นของการสื่อสารนั่นเอง
  • ต้นทางในที่นี้คือมือถือ คอม แพลตฟอร์ม อีเมล์ หรือบริการออนไลน์ใดที่เหยื่อถูกใช้ปฏิสัมพันธ์โดยคนร้าย ส่วนกลางทาง และปลายทาง คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคนร้าย ซึ่งจะถูกนำไปกล่าวในโอกาสถัดไป
  • ในยุคดิจิทัลเหยื่อต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ การบันทึกภาพหน้าจอ Capture หรือ Print screen ล้วนเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ถัดมาอีกขั้นหนึ่งคือการบันทึกวิดีโอ Screen recording วิธีที่สองถือว่าเป็นการเก็บหลักฐานที่สมบูรณ์มากทีเดียว ภาพวิดีโอหน้าจอที่ถูกบันทึกไว้สามารถช่วยอธิบายพฤติการณ์ของคนร้ายที่มีปฏิสัมพันธ์กับเหยื่อในขณะก่อเหตุได้อย่างเข้าใจ
  • การจดบันทึกลงบนกระดาษหรือ Note taking เป็นสิ่งที่ยังต้องมีไว้ แม้จะดูเป็นวิธีโบราณ แต่ช่วยลดความเสี่ยงในการลืม รวมทั้งป้องกันการสูญหายของไฟล์ภาพหรือวิดีโอ แล้วอะไรล่ะที่ควรจด "ห้า" รายการแรกที่ต้องมีไว้ในบันทึก คือ ชื่อโปรไฟล์คนร้าย เลขไอดีบัญชีโซเชียลของคนร้าย หมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมล์ที่ใช้ติดต่อ ชื่อเว็บไซต์/แพลตฟอร์มโซเชียล/แอพพลิเคชั่น และวันเวลาที่เหตุเกิดขึ้น
 

 
.
ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงส่วนสำคัญในการรับมือกับภัยล่อลวงผ่านการคุกคามออนไลน์ หากใครกำลังคิดว่าตกเป็นเหยื่อไม่ว่าจะเป็นความเสียหายรูปแบบใด ขอแบบเป็นการเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต พวกเขาก็สามารถประยุกต์ใช้ตามคำแนะนำข้างต้นได้เสมอ
 

.
ภาพนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากคู่มือฮัก Hug handbook ผลิตโดย The HUG Project Thailand ใครสนใจลองไปอ่านต่อบนบราวเซอร์เพื่อรับประสบกาณ์แบบ 3D Filped book หรือโหลดมาเก็บไว้ที่มือถือก็ได้ แค่ไปที่ https://www.hugproject.org/th/hughandbook/
 

ขั้นตอนการตรวจสอบพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล ( DIGITAL FORENSICS )เป็นอย่างไร


 
 

ที่มา: @sureandshare

          FB: TICAC-Thailand Internet Crimes Against Children  ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทาง​อินเทอร์เน็ต

 

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

 

Data Breach Check

Data Breach Check Data Breach Check EP.4 “คิด ก่อน Prompt” AI อาจช่วยคุณทำงานได้เร็วขึ้น แต่บางครั้ง…ข้อมูลสำคัญก็อาจ “หลุดออกไป” โดยไม่รู้...