Tuesday, April 16, 2019

Digital Forensics: รีวิวประสบการณ์​ขอเงินคืนจากบัตรเครดิต

Digital Forensics:รีวิวประสบการณ์​ขอเงินคืนจากบัตรเครดิต ในรายการที่ตัวเองไม่ได้ใช้

 ที่มา: Facebook Manupat Sriboonlue

รีวิวประสบการณ์​ขอเงินคืนจากบัตรเครดิต ในรายการที่ตัวเองไม่ได้ใช้

 เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย.62 เวลา 12.11 น. และ 12.18 น. ตามลำดับ ได้มี SMS ธนาคาร ส่งมาแจ้งเตือน ว่าบัตร K Web Shopping​ Card ของกระผม (คือ บัตรเดบิต ไม่ใช่เครดิต หมายถึง ต้องมีเงินใน บช อยู่ ถึงใช้ซื้อของในเน็ตได้ และไม่มีตัวบัตรจริงๆ แต่จะให้มาเฉพาะตัวเลขบัตร เป็นบริการของ Kbank)​ โดยบัตรนี้ ได้ถูกใช้ซื้อผลิตภัณฑ์​ใน itune จำนวน 2 รายการ รายการละ 249 และ 429 บาท ตามรูปที่ 1 และ 2

กระผมตรวจสอบดูแล้ว ว่าตนเองไม่ได้ทำ 2 รายการนี้ และ itune ของกระผม ก็ไม่มีประวัติทำรายการ และไม่ได้ตั้ง Auto Subscribe​ ให้หักเงิน ต่ออายุ บริการอัตโนมัติไว้แต่อย่างใด ตอนนั้นเชื่อว่า มีคนรู้เลขบัตร แล้วเอาไปใช้แน่ๆ

กระผมตั้งสติ และทำตามขั้นตอนดังนี้
1) เพื่อไม่ให้ถูกใช้บัตร หักเงินใน บช ไปมากกว่านี้ จึงได้โอนเงินใน บช ทั้งหมด ผ่าน Mobile App Banking ไปไว้ บช อื่น
2) อายัดบัตร อย่างของกระผม เข้าไปในเว็บ Log in แล้วกดอายัดผ่านเว็บ จากนั้นค่อย สมัครบัตรใหม่
3) โทรเข้า Call Center Kbank 028888888 แจ้งพนักงานว่า "ขอทักท้วงรายการใช้บัตร K Web Shopping" พนักงานจะสอบถาม ให้ยืนยันตัวตน และถามรายละเอียด ธุรกรรมที่เราจะทักท้วง
4) เมื่อคุยกับ Call Center เพื่อทักท้วงเสร็จ​ วันรุ่งขึ้น ต้องส่ง เอกสารแนบ 4 อย่าง ไปทางอีเมล์ ที่พนักงานให้ไว้ ได้แก่ 1.แบบฟอร์ม​ทักท้วง (รูปที่ 3) 2.สำเนาบัตร ปชช 3.สำเนาหน้าสมุด บช และ 4.รูปถ่าย SMS แจ้งเตือน ยอดรายการที่เราจะทักท้วง
5) เมื่อส่งเมล์แล้วเสร็จ ให้โทรแจ้ง Call Center อีกรอบ เพื่อยืนยันว่า ได้รับเมล์เรียบร้อย จากนั้นก็รอกระบวนการตรวจสอบ
6) กระทั่งวันนี้ 17 เม.ย.62 ได้รับ SMS แจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าได้คืนเงิน ทั้ง 2 รายการ เข้า บช.เรียบร้อย ใช้เวลาจากวันเกิดเหตุ 7 เม.ย. ถึงวันนี้ 17 เม.ย. รวม 10 วัน ถือว่าโอเค

Mobile App Banking
Mobile App Banking



 
Mobile App Banking

ปล.

- โดนตัดบัตรไป โดยที่เราไม่ได้ทำรายการ อย่าลืมว่าสามารถทักท้วงได้ แบบกรณีนี้

- กรณีนี้ เป็นบัตรเดบิต คือ ต้องมีเงินใน บช เต็มจำนวน ถึงใช้ตัด ซื้อของในเน็ตได้ หมายถึง เงินที่หักไป เป็นเงินเรา ต่างจากบัตรเครดิต ที่เป็นเงินธนาคาร คือ ธนาคารให้วงเงินเครดิตมาก่อน เมื่อเราใช้ไป ค่อยจ่ายคืน ให้ธนาคารตอนสิ้นเดือน พร้อมดอกเบี้ย ดังนั้น การทักท้วงบัตรเครดิต อาจมีปัญหาว่า เราต้องจ่ายยอดนั้นไปก่อน แล้วรอธนาคารตรวจสอบคืนเงินกลับมาหรือไม่ หรือรอธนาคารตรวจสอบ โดยที่ไม่ชำระยอดนั้นเลย ซึ่งการไม่ชำระ อาจนำมา สู่การเสียเครดิตบูโรของเรา ดังนั้น หากเป็นบัตรเครดิต ควรปรึกษาธนาคาร ก่อนตัดสินใจ

- ชมเชย Kbank ตรวจสอบได้ถูกต้อง รวดเร็ว บริการทุกระดับ ประทับใจ


 ขออนุญาตแชร์เพื่อให้ความรู้กับคนอื่นนะครับ


 .............................................................................................................................

คำพิพากษาศาลฎีกา
2840/2550

คดีนี้เป็นการฟ้องร้องของธนาคารซึ่งโจทก์ให้ผู้ถือบัตรซึ่งเป็นจำเลยชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากบัตรเครดิตที่ถูกขโมยไป จำเลยได้แสดงหลักฐานและมีการนำสืบพยานจนทำให้ศาลเห็นว่าบัตรเครดิตของจำเลยหายไปจริง และจำเลยไม่ได้เป็นผู้ใช้บัตรตามจำนวนเงินที่ธนาคารเรียกร้องมา ศาลฎีกาจึงตัดสินดังนี้ จำเลยต้องรับผิดชอบในหนี้บัตรเครดิตที่เกิดจากการที่บุคคลอื่นนำบัตรเครดิตของจำเลยไปใช้ต่อเมื่อจำเลยได้ยินยอมหรืออนุญาต แต่การที่บัตรเครดิตของจำเลยถูกขโมยไปย่อมแสดงว่าจำเลยไม่ได้ยินยอมหรืออนุญาตให้มีการใช้บัตรเครดิตนั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ ซึ่งคดีนี้จำเลยชนะติดต่อกันทั้งสามศาล

คำพิพากษาศาลฎีกา
1989/2552

คดีนี้เป็นการฟ้องร้องของธนาคารต่อจำเลยที่เป็นผู้ถือบัตรเครดิตให้จ่ายหนี้ในขณะที่จำเลยไม่จ่ายโดยอ้างว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ใช้บัตร เนื่องจากได้เดินทางไปฮ่องกงและบัตรเครดิตได้สูญหายไปในระหว่างนั้น มีผู้ขโมยบัตรเครดิตของจำเลยไปและปลอมลายมือชื่อเพื่อใช้บัตรเครดิตนั้นเพื่อรูดซื้อสินค้า โดยโจทก์ได้อ้างถึงข้อตกลงการใช้บัตรวีซ่า ข้อ 8 ที่ให้จำเลยต้องรับผิดในกรณีบัตรเครดิตสูญหาย ถูกขโมย หรือถูกใช้โดยบุคคลอื่นด้วย โดยจำเลยได้โทรแจ้งเรื่องบัตรหายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2544 เวลาประมาณบ่ายสามโมง ในขณะที่ยอดหนี้ที่รูดจากบัตรไปเป็นการรูดที่ร้านเจมาร์ท เซ็นทรัลลาดพร้าว ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2544 เวลา 11.05 น. ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ถือแจ้งอายัดบัตรกับทางธนาคาร ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดชอบต่อหนี้นี้ จำเลยยื่นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

จากกรณีตัวอย่างของคำพิพากษาในเรื่องของบัตรเครดิตสูญหายจะเห็นว่าผู้ถือบัตรไม่ต้องรับผิดชอบในจำนวนหนี้ที่เราไม่ได้ก่อขึ้น
แต่แม้จะมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานแบบนี้ ธนาคารส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ข้อกำหนดเงื่อนไขในสัญญาแกมบังคับให้ผู้ถือบัตรเป็นผู้ต้องจ่ายคืนหนี้อยู่ดี หากผู้ถือบัตรต้องการความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าว ไม่สามารถตกลงกับทางธนาคารได้ ก็ต้องให้กฎหมายช่วย แต่สิ่งสำคัญก็คือทันทีที่ทราบว่าบัตรเครดิตหายหรือถูกขโมยไป ขอให้โทรแจ้งอายัดบัตรเครดิตกับทางธนาคารทันทีเพื่อให้ธนาคารระงับการใช้บัตรเครดิตทันก่อนที่จะมีความเสียหายเกิดขึ้น  และเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดก่อนเพื่อเป็นหลักฐานไว้ด้วย

แจ้งอายัดบัตร ATM

เบอร์แจ้งอายัดบัตร ATM - บัตรเครดิตหาย

  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารกรุงเทพ 1333
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารกรุง ศรีอยุธยา1572
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารไทยพาณิชย์ 0-2777-7777
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารไทยธนาคาร 0-2626-7777
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารธนชาต 1589
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารออมสิน 0-2299-8555
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคาร City Bank 1588
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคาร HSBC 1590
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย0-2729-8807 ถึง 11
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (L&H)0-2359-0000
  • เบอร์โทรศัพท์บัตร Diners Club 0-2238-3660
  • เบอร์โทรศัพท์บัตร Cetelem 0-2667-3655
  • เบอร์โทรศัพท์บัตรเครดิตไทยแอร์เอเชีย 0-2797-3399
  • เบอร์โทรศัพท์  ธนาคารกรุงไทย 1551
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารกสิกรไทย 0-2888-8888
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารทหารไทย1558
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคาร UOB จำกัด (มหาชน)1580
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคาร Standard Chartered1595
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์0-2202-2000
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารเอเชีย1585
  • เบอร์โทรศัพท์ ธนาคารทิสโก้ 0-2633-6000
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตร American Express 0-2273-5544
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตร Aeon 0-2665 0111
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตร Power Buy 0-2627-8208
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตรแคปิตอล โอเค 0-2793-3333
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตร Easy Buy 0-2695-0000
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตร umay plus 0-2695-0000
  • เบอร์โทรศัพท์ บัตรเซ็นทรัลการ์ด 0-2627-8111 

ถ้าโทรศัพท์หาย รีบโทรแจ้ง Call Center ของธนาคารทุกแห่งที่เรามี Mobile Banking

ถ้าโทรศัพท์หาย รีบโทรแจ้ง Call Center ของธนาคารทุกแห่งที่เรามี Mobile Banking

 

Digital Forensics: Case Study

ที่มา:
Facebook Manupat Sriboonlue
money.kapook.com/view185330.html
https://moneyhub.in.th/article/credit-card-was-stolen-and-used/
http://www.kraisornlawyer.com/15673457/ถูกขโมยบัตรเครดิตไปใช้-ผู้ถือบัตรต้องรับภาระหนี้ดังกล่าวหรือไม่



หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Saturday, April 13, 2019

Digital Forensics:Storage Sense

Digital Forensics:Storage Sense


 วันก่อนผมได้รับงานที่เกี่ยวกับ Malware Analysis และ Hack Tools  และเมื่อได้ทำการทดสอบ พบว่ามีฟังก์ชันของ Windows 10  ทำให้หลักฐานเปลี่ยนแปลง  เลยนำมาเล่าให้ฟังครับ

Storage Sense เป็นฟีเจอร์ที่ทำหน้าที่ลบไฟล์ขยะเช่น ไฟล์ชั่วคราวที่สร้างขึ้นโดยระบบปฏิบัติหรือแอปต่าง ๆ และทำการลบไฟล์ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เช่น ไฟล์เก่า, ไฟล์ที่ไม่มีการใช้งาน ไฟล์ที่เก็บอยู่ในถังขยะที่เก่ากว่าจำนวนวันที่กำหนด (นานสุด 60 วัน) ไฟล์ที่เก็บอยู่ในโฟลเดอร์ Downloads ที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงในจำนวนวันที่กำหนด (นานสุด 60 วัน) รวมถึงออปชันสำหรับใช้ลบไฟล์ระบบ Windows 10 เวอร์ชันเก่าออกหลังจากทำการอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ได้อีกด้วย
ในเวอร์ชัน Windows 10 เวอร์ชัน 1809 นั้น Storage Sense ได้รับการปรับปรุงโดยเพิ่มความสามารถในการลบไฟล์ที่เก็บไว้บน OneDrive ที่เก่า ไม่มีการใช้งาน ไฟล์สำเนาของไฟล์ที่ตั้งให้พร้อมใช้งานแบบออนไลน์เท่านั้น (Available online-only) ออกจากฮาร์ดดิสก์โดยอัตโนมัติ โดยไฟล์เหล่านั้นจะถูกแสดงเป็น placeholder บนอุปกรณ์ ในขณะที่ไฟล์ถูกเก็บอย่างปลอดภัยอยู่บน OneDrive
ไมโครซอฟท์เรียกโปรเซสนี้ว่า “dehydration”

การเปิด Storage Sense บน Windows 10

Storage Sense ไม่ได้ถูกเปิดใช้งานโดยเริ่มต้น ดังนั้นถ้าหากต้องการใช้งานผู้ใช้จะต้องทำการเปิดใช้งานเองจากแอป Settings ตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิก Start จากนั้นคลิก Settings
2. บนหน้า Settings คลิก System
3. บนหน้าถัดไปคลิก Storage จากนั้นในด้านขวาเลื่อนการตั้งค่า Storage Sense เป็น On
Run storage sense

Delete files in my recycle bin if they have been for over


Run storage sense
หัวข้อนี้เป็นการเลือกเงื่อนไขการทำงานของ Storage Sense
During low fee disk space = ให้ Storage Sense ทำงานเมื่อพื้นที่ว่างบนดิสก์เหลือหน้อย
Every day = ให้ Storage Sense ทำงานทุกวัน
Every week = ให้ Storage Sense ทำงานทุกสัปดาห์
Every month = ให้ Storage Sense ทำงานทุกเดือน
Temporary Files
Deleting temporary files that my app aren’t using (ถูกเลือกโดยเริ่มต้น) = ให้ Storage Sense ทำการลบไฟล์ชั่วคราวที่ไม่มีการใช้งานโดยอัตโนมัติ
Delete files in my recycle bin if they have been for over
หัวข้อนี้เป็นเป็นการเลือกเงื่อนไขการลบไฟล์ในถังขยะ
Never = ไม่ทำการลบไฟล์ในถังขยะ
1 day = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุกวัน
14 days = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุก 14 วัน
30 days = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุก 30 วัน
60 days = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุก 60 วัน
Delete files in my Downloads folder if they have been for over
หัวข้อนี้เป็นเป็นการเลือกเงื่อนไขการลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Downloads
Never = ไม่ทำการลบไฟล์ในถังขยะ
1 day = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุกวัน
14 days = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุก 14 วัน
30 days = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุก 30 วัน
60 days = ทำการลบไฟล์ในถังขยะทุก 60 วัน
ประเด็นคือ  ไฟล์จะถูกรันใน Temp Folder
Standard Executable localtions
Suspicious executable locations
Hunting for Malware

สิ่งที่ทำให็เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ

1. Malware หลายประเภทมักถูก executable files อยู่ที่ Temp file ดังนั้นหากเปิด Storage Sense  ร่อยรอยจะโดนลบโดยอัตโนมัติ
2. การทำงานโดยใช้หลัก Digital Forensics  หลักฐานที่นำมาตรวจสอบต้องไม่ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่ควรเปิดคอมพิวเตอร์และตรวจสอบหลักฐานโดยตรง  เพราะเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์แล้วหากคอมพิวเตอร์มีฟังก์ชันนี้ Storage Sense  เปิดอยู่หลักฐานก็จะโดนลบไป  และ Timestamp ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย  ทำให้หลักฐานขาดความน่าเชื่อถือและก็สามารถโต้แย้งได้


ที่มา:
malicious-streams.com
saranitus.com
digital-forensics.sans.org

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Digital Forensics: vtlookup

Digital Forensics:vtlookup

 วันนี้่ Admin มาแนะนำ  Tool สำหรับตรวจสอบ Static Malware Analysis  โดยการใช้เครืองมือจาก VirusTotal API  

สิ่งที่ต้องเตรียม 

  • Python
  • VirusTotal API
  • vtlookup
  • Hash list


Step 1 install Python

Step 2 Get VirusTotal API


Step 3 Dowload  vtlookup
Step 4 Option 
Vtlookup-Master
Step 5   Prepare Input and Output 

Hash list Input.txt
Step 6  Run
Vtcheck.py -i input.txt -output.txt -k 6bf458b08411bb95e8f6e40eefccaa092be53

Step 7 Result  Output.txt

OutPut.txt
Python Virus Total API Lookup Script

https://www.eset.com/us/home/online-scanner/
https://virusscan.jotti.org/en-US/scan-file
https://www.f-secure.com/en/web/home_global/online-scanner
https://metadefender.opswat.com/#!/

ที่มา:https://github.com/MalWerewolf/vtlookup


อ่านเพิ่ม :
FILE HASH CHECK WITH VIRUSTOTAL

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Friday, April 12, 2019

DIGITAL FORENSICS:Access Token คืออะไร

DIGITAL FORENSICS:Access Token คืออะไร

โทเค็นการเข้าถึง   เป็นสตริงที่ระบุผู้ใช้ แอพ หรือเพจ โดยแอพสามารถใช้โทเค็นการเข้าถึงเรียก API กราฟได้ เมื่อมีคนเชื่อมต่อกับแอพโดยใช้การเข้าสู่ระบบด้วย Facebook และยอมรับคำขอสิทธิ์การอนุญาต แอพจะรับโทเค็นการเข้าถึงที่ให้คุณเข้าถึง Facebook API ชั่วคราวได้อย่างปลอดภัย คุณสามารถรับโทเค็นการเข้าถึงได้หลายวิธี

โทเค็นมีข้อมูลเกี่ยวกับเวลาหมดอายุของโทเค็นและแอพที่สร้างโทเค็น การเรียก API บน Facebook ส่วนใหญ่ต้องมีโทเค็นการเข้าถึงด้วยเนื่องจากต้องมีการตรวจสอบความเป็นส่วนตัว โทเค็นการเข้าถึงนั้นมีหลายประเภทซึ่งรองรับกรณีการใช้งานต่างๆ

แม้แต่ละแพลตฟอร์มจะสร้างโทเค็นการเข้าถึงผ่าน API ที่ต่างกัน แต่ทุกแพลตฟอร์มต้องปฏิบัติตามกลยุทธ์พื้นฐานในการรับโทเค็นผู้ใช้ ดังนี้

Credit  ภาพ : developers.facebook 

ข้อที่ควรทำความเข้าใจก่อน คือ access token นั้นไม่ใช่รหัสผ่านที่เราใช้ล็อกอินเฟซบุ๊ก แต่เมื่อเป็นรหัสเฉพาะที่เมื่อเราล็อกอินแล้ว หรือเปิดให้แอพพลิเคชั่นอื่นเข้ามาเชื่อมต่อกับบัญชีเฟซบุ๊กของเรา ตัวเฟซบุ๊กก็จะสร้าง access token ที่เป็นตัวอักษรสุ่มความยาวหลายสิบตัว เพื่อส่งให้กับแอพ จากนั้นเมื่อแอพต้องการเรียกข้อมูลต่างๆ ของเราจากเซิร์ฟเวอร์เฟซบุ๊ก ก็จะสามารถใช้ access token นี้แนบไปกับข้อความขอข้อมูลหรือสั่งโพสข้อความบน timeline ของเรา เพื่อให้เฟซบุ๊กตรวจสอบว่าเป็นการเรียกที่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้

Credit  ภาพ :  blognone  ภาพจัดการการล็อกอินแอพ โดยสามารถสั่งล็อกเอาท์แยกกันได้

แนวทางนี้ทำให้ตัวแอพไม่ต้องเก็บรหัสผ่านไว้ในแอพ และเฟซบุ๊กก็สามารถจัดการแอพต่างๆ แยกจากกันได้ เช่น เราสามารถล็อกเอาท์ อุปกรณ์แต่ละชิ้นแยกจากกันได้ เช่น เมื่อทำโทรศัพท์หาย ก็สามารถล็อกเอาท์เฟซบุ๊กออกจากโทรศัพท์ได้เลย โดยไม่กระทบกับเครื่องอื่น

โทเค็นระยะสั้นและโทเค็นระยะยาว

โทเค็นการเข้าถึงของผู้ใช้มี 2 รูปแบบคือระยะสั้นและระยะยาว โทเค็นระยะสั้นโดยมากจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ชั่วโมง ส่วนโทเค็นระยะยาวโดยมากจะมีอายุการใช้งานประมาณ 60 วัน คุณไม่ควรคาดหวังว่าอายุการใช้งานที่เหลืออยู่จะตรงกับที่ระบุ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบหรือหมดอายุก่อนกำหนดได้

Credit: blognone 

           developers.facebook





หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล

และเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

Saturday, April 6, 2019

Digital Forensics:The National White Collar Crime Center (NW3C)

Digital Forensics:The National White Collar Crime Center (NW3C)


The National White Collar Crime Center (NW3C) องกรค์ที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐสภาซึ่งฝึกอบรมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐและท้องถิ่นเพื่อต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและไซเบอร์ NW3C ให้ข้อมูลและการวิจัยแก่สาธารณชนทั่วไปเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและไซเบอร์


The National White Collar Crime Center 

Webinars
 Forensic Acquisitions

Cyber Investigation
 Digital Forensics
Classroom-training

NW3C Certifications



Certified Economic Crime Forensic Examiner 


Investigate and analyze information related to financial conduct of all types and to detect, respond to, and investigate illegal financial activity.
CECFE Body of Knowledge

1. Theory and history
2. Common economic crimes and fraud schemes
3. Currencies, financial instruments, and payments
4. Financial analysis
5. Fraud prevention
6. Legislative, legal, and regulatory framework 



Certified Cyber Crime Examiner 


Apply best practices in digital forensic techniques to image, document and report on forensically sound digital evidence.
3CE Body of Knowledge

1. Technologies
2. Digital evidence handling
3. Forensic imaging
4. File system forensics
5. Forensic concepts 



Certified Cyber Crime Investigator 


Detect, respond to, and investigate cyber crimes and crimes facilitated by online communication.
3CI Body of Knowledge

1. Theory and history
2. Common cyber crimes and internet-facilitated crimes
3. Collection and analysis of evidence held by Electronic Service Providers
4. Investigation of cyber crime and internet-facilitated crimes
5. Cyber security, cyber crime mitigation, and cyber hygiene
6. Legislative, legal, and regulatory framework 

NW3C certifications are available for professionals in both law enforcement and the private sector. You need 25 points to attain an NW3C certification and your past experiences and education can help you. Advance your career, get certified today.

Certification Conditions

 NW3C Recognized Certifications*
https://www.nw3c.org/certifications/nw3c-recognized-certifications#ccce

Certified Economic Crime Forensic Examiner
• Certified Anti-Money Laundering Specialist (CAMS)
• Certified Financial Crimes Investigator (CFCI)
• Certified Financial Crime Specialist (CFCS)
• Certified Fraud Examiner (CFE)
• Certified Public Accountants (CPA)
• Certified Forensic Accountant® (CRFAC)

Certified Cyber Crime Examiner
• Basic Computer Evidence Recovery Training (BCERT)
• Certified Computer Examiner (CCE)
• Certified Forensic Computer Examiner (CFCE)
• Digital Forensic Certified Practitioner (DFCP)
• EnCase Certified Examiner (EnCE)
• GCFA Certified Forensic Analyst
• GCFE Certified Forensic Examiner

Certified Cyber Crime Investigator
• Certified Cyber Crimes Investigator (IAFCI CCCI)
• Certified Information Systems Security Professional (CISSP)
• Network Intrusion Response Program (NITRO), National Cyber Forensic Institute
• Certified Ethical Hacker (CEH)

 

 Building Your Capture The Flag Tool Kit  Webinar

Capture The Flag

Ref:

https://www.nw3c.org

#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD



หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

Friday, April 5, 2019

Digital Forensics: คดี สวมรอยใช้ข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าสั่งของออนไลน์

Digital Forensics: คดี กองปราบ แถลงฯจับกุมตัวอดีตหนุ่มแบงค์ หลังสวมรอยใช้ข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าสั่งของออนไลน์ เสียหาย กว่า 8 ล้านบาท

Digital Forensics: Case Study 

29 มีนาคม 2562 | 13:16 น. เขียนโดย อีจัน
ที่มา: เขียนโดย อีจัน  29 มีนาคม 2562 | 13:16 น.

วันนี้ (29 มี.ค.2563) ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป ได้จัดแถลงการณ์หลังเข้าจับกุมตัว ผู้ต้องหา อายุ 36 ปี ในบริเวณล็อบบี้ดอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ผู้ต้องหาคดีกระทำความผิดฐาน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้อื่นในการการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นๆแทนการชำระด้วยเงินสดในประการที่น่าจะก่อเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นพร้อมมียาเสพติดให้โทษไว้ครอบคลอง
29 มีนาคม 2562 | 13:16 น. เขียนโดย อีจัน
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวต่อว่า จนกระทั่งช่วงเย็นวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป.ร่วมกับบก.ปอท ได้ตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหาขณะลงมารับสินค้า ที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตของเหยื่อไปสั่งซื้อของ มาส่ง ที่บริเวณด้านล่างคอนโดมิเนียม ซิลค์เพลส เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุมและขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพัก ตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำผิด 5 เครื่อง ซิมการ์ดเครือข่ายต่างๆ รวม 36 หมายเลข โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และยาไอซ์ 10 กรัม จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง
29 มีนาคม 2562 | 13:16 น. เขียนโดย อีจัน
29 มีนาคม 2562 | 13:16 น. เขียนโดย อีจัน
29 มีนาคม 2562 | 13:16 น. เขียนโดย อีจัน
29 มีนาคม 2562 | 13:16 น. เขียนโดย อีจัน
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อเหตุมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 61 ซื้อข้อมูลบัตรเครดิตมาในราคา 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ จ่ายเป็นบิตคอยน์ เมื่อได้ข้อมูลบัตรมาแล้วจะตรวจสอบจากเฟซบุ๊ก เพื่อหาข้อมูลส่วนตัว จากนั้นจะสวมรอยเป็นเจ้าของบัตร โทรแจ้งเปลี่ยนรหัส กับธนาคาร จากนั้นจะนำมาซื้อของแล้วนำไปขาย ที่มีความรู้ด้านนี้เพราะเคยเป็นฝ่ายการตลาดของธนาคาร มาแล้วถึง 3 แห่ง ส่วนเงินที่ได้มานำไปซื้อยาเสพติดและใช้เที่ยวเตร่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.    รวมทั้งดารานักแสดง

ที่มา:


 https://bit.ly/2THlK3v
https://bit.ly/2Ud2ZKE

https://bit.ly/2JQo8W5
 https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2360640

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#windowsforensics #computerforensics #digitalforensics #หลักฐานดิจิทัล #พยานหลักฐานดิจิทัล

Thursday, April 4, 2019

Digital Forensics:ตัวอย่างงานจัดจ้างและประกวดราคาเกี่ยวกับงานดิจิทัลฟอเรนสิกส์และการจัดการพยานหลักฐานดิจิทัล TOR

Digital Forensics:ตัวอย่างงานจัดจ้างและประกวดราคาเกี่ยวกับงานดิจิทัลฟอเรนสิกส์และการจัดการพยานหลักฐานดิจิทัล TOR



หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD

Data Breach Check

Data Breach Check Data Breach Check EP.4 “คิด ก่อน Prompt” AI อาจช่วยคุณทำงานได้เร็วขึ้น แต่บางครั้ง…ข้อมูลสำคัญก็อาจ “หลุดออกไป” โดยไม่รู้...