Saturday, May 27, 2017

Digital Forensics:Write blocker

Digital Forensics:Write blocker

บทความนี้จะเน้นพื้นฐานเกี่ยวกับการเก็บหลักฐานดิจิทัลที่ใช้ในการทำ Digital Forensics และเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บหลักฐานดิจิทัล

Write blocker คือ

เป็นอุปกรณ์ป้องกันการเขียนทับข้อมูลต้นฉบับ มีหลายแบบ (Interface) ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อกับสื่อ
บันทึกข้อมูลต้นฉบับที่ต้องการสำเนา เช่น USB, SATA, IDE, SCSI, SAS ในการใช้งานจะเชื่อมต่อกับ
คอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตต่าง ๆ ได้ เช่น USB, FireWire, eSATA ตัวอย่างเช่น Tableau และ Digital
Intelligence เป็นต้น

 
Tableau Forensic USB 3.0 Bridge


Write blocker PCIe

Write blocker หมายถึง ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการป้องกันการเขียนข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูล  (ที่มา:ข้อเสนอแนะมาตรฐานการจัดการอุปกรณ์ดิจิทัลในงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน version1.0)

ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับวัตถุพยานประเภทสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล เช่น ฮาร์ดิดสก์ และหน่วยความจำแฟช เป็นต้น มีคุณสมบัติป้องกันการเปลี่ยนแปลงของหลักฐาน หรือเขียนทับข้อมูลดิจิทัลต้นฉบับสามารถรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อชนิด PATA ,SATA, SCSI หน่วยความจำแฟลชแบบ USB2.0,USB3.0 หรือ PCIe เป็นต้น เพื่อทำสำเนาข้อมูลไปยังเครื่องตรวจพิสูจน์หลักฐานคอมพิวเตอร์


A write blocker is a hardware or software tool used in digital forensics to prevent write operations (modifications) to storage devices such as hard drives, solid-state drives (SSDs), USB drives, and memory cards.

Here's how it works:

  • Hardware Write Blocker: This type of write blocker is a physical device that sits between the storage device and the forensic workstation. It intercepts all write commands issued by the computer to the storage device, effectively blocking any attempts to modify the data on the device. Hardware write blockers typically have multiple interfaces to accommodate different types of storage devices and are often used in conjunction with forensic imaging software to create forensic copies (images) of storage devices without altering the original data.
  • Software Write Blocker: This type of write blocker is a software application or driver installed on the forensic workstation. It intercepts write commands issued by the operating system to the storage device and prevents them from being executed. Software write blockers are commonly used when hardware write blockers are not available or practical, such as when analyzing storage devices connected via network or virtual machines.
Write blockers are essential tools in digital forensics because they help preserve the integrity of the original evidence by preventing accidental or intentional modifications to the data on storage devices. They ensure that forensic investigators can acquire a forensically sound copy of the data without altering the original evidence, which is crucial for maintaining the admissibility and reliability of the evidence in legal proceedings.

Forensic Data Acquisition - Hardware Write Blockers


Cerdit:DFIR.Science youtube
Forensic evangelist Jeff Hedlesky presents the very latest in forensic duplication and write-blocking technologies. Whether you are a Tableau user who wants to hear about the latest equipment available, or just looking for intel on the most advanced new duplicators and write-blockers in the forensic technology market, this webinar will give you the facts you need.
In this webinar, you’ll learn:
  • How the new Tableau TD3 complements TD2 with advanced networking imaging, remote triage capability, and more
  • How the Tableau T35u proves to be the fastest portable SATA/IDE write-blocker available today
  • The latest methods and tools for performing fast duplications and remote acquisitions – and one with no signal cables required


ที่มา:https://www.guidancesoftware.com/
ข้อเสนอแนะมาตรฐาน การจัดการอุปกรณ์ดิจิทัลในงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน
 

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud  #Cyber Forensic เบื้องต้น  #digitalforensics เบื้องต้น #digital forensics สำหรับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน #4N6 #เครื่องมือ Cyber Forensic #computer forensics  เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน #ตรวจพิสูจน์หลักฐานอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ 

Saturday, May 20, 2017

Digital Forensics:Mail Transfer Agent

Digital Forensics:Mail Transfer Agent


การส่งอีเมล 
เมื่อผู้ใช้เขียนอีเมลโดยใช้โปรแกรมรับส่งอีเมล เช่น Microsoft OutlookEudora หรือผ่านเว็บเมล เมื่อกดส่งอีเมล ไคลเอนท์จะติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้โพรโทคอล SMTP (Simple Mail Transport Protocol) อีเมลจะถูกส่งมาเก็บยังเครื่องเมลเซิร์ฟเวอร์ จัดเก็บลงในคิว เพื่อรอการจัดส่งต่อไป การทำงานนี้อาจจะเรียกอีกอย่างว่า การส่งเมล
การแลกเปลี่ยนอีเมลระหว่างเอ็มทีเอ 
อีเมลที่ผู้ใช้ส่งมายังเซิร์ฟเวอร์ จะถูกจัดการโดยโปรแกรมแลกเปลี่ยนอีเมล (MTA: Mail Transport Agent) โดยอ่านที่อยู่อีเมลปลายทาง และนำโดเมนปลายทางไปตรวจสอบกับเนมเซิร์ฟเวอร์ (Name Server) เพื่อหาว่าเมลเซิร์ฟเวอร์ใดเป็นเมลเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการโดเมนปลายทาง จากนั้นจะติดต่อไปยังเครื่องเมลเซิร์ฟเวอร์นั้น และส่งเมลไปยังเมลเซิร์ฟเวอร์ปลายทางโดยใช้โพรโทคอล SMTP เพื่อรอให้ผู้ใช้ปลายทางมารับเอาอีเมลฉบับนี้ไป
การรับอีเมล 
ผู้ใช้ปลายทางสามารถรับอีเมลได้โดยผ่านโปรแกรมรับส่งอีเมล หรือเว็บเมล โดยโปรแกรมจะติดต่อมายังเครื่องเมลเซิร์ฟเวอร์ แล้วส่งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน เมื่อเมลเซิร์ฟเวอร์ตรวจสอบว่า ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านถูกต้อง ก็จะอนุญาตให้ผู้ใช้คนนั้นรับอีเมลได้ โพรโทคอลที่ใช้ในการรับอีเมลนี้ เช่น POP3 หรือ IMAP4


ส่วนประกอบการทํางานของการรับส่งข้อความ (Messaging) มีส่วนประกอบสําคัญดังต่อไปนี
 • MTA (Mail Transfer Agent) เปรียบได้กับที ทําการไปรษณีย์ (Post Office) โดย ทําหน้าที ในการส่งอีเมลไปยังปลายทาง (Destination) ตามที อยู่ของผู้รับที ปรากฏบนอีเมล ซึง ปลายทางนั้นๆ คือ MTA อื นๆ โดยจะใช้ SMTP เป็นโปรโตคอลในการสือสารระหว่าง MTA ด้วยกัน โปรแกรมที่ทําหน้าที่เป็น MTA ได้แก่โปรแกรม Postfix, Qmail, Sendmail 

MUA (Mail User Agent) หมายถึงโปรแกรมทีทําหน้าทีเป็นตัวกลางระหว่าง ผู้ใช้งานอีเมลกับระบบสือสารด้วยอีเมล ซึงก็คือโปรแกรมประเภทเมลไคลแอนต์ทีเรารู้จัก โดยทัวไป เช่น Outlook Express เป็นต้น โดยโปรแกรมเหล่านีจะทําหน้าทีติดต่อระหว่าง ผู้ใช้งานกับเมลบ็อกซ์ทีเครืองเซิร์ฟเวอร์ โดยผ่านโปรโตคอลทีมีชือเรียกว่า IMAP หรือ POP และทําหน้าทีส่งอีเมลโดยติดต่อกับเมล์เซิร์ฟเวอร์ผ่านโปรโตคอล SMTP

 MDA (Mail Delivery Agent) เป็นโปรแกรมทีทําหน้าทีจัดส่งอีเมลไปสู่ส่วนต่างๆ ใน ระบบ หรือควบคุมทิศทางการไหลเวียนของอีเมล์ในระบบ นอกจากนันหาก MDA นีทํางานอยู่ ภายในเมลเซิร์ฟเวอร์ทีเป็นเมลเซิร์ฟเวอร์ในเครือข่ายท้องถิน (Local MTA) โปรแกรม MDA นี จะทําหน้าทีเขียนอีเมลลงสู่เมลบ็อกซ์ของแต่ละยูสเซอร์ หลังจากที MTA ได้รับอีเมลเข้ามา โดย จะมาจากเครือข่ายเดียวกันหรือเครือข่ายอืน นอกจากนี MDA ยังมีความสามารถในส่วนของ การกรองอีเมลได้อีกด้วย โปรแกรมทีทําหน้าทีเป็น MDA ได้แก่ Procmail, Maildrop Postfix จะ มีโมดูลทีทําหน้าทีในการเขียนอีเมลลงเมลบ็อกซ์ในตัวเอง โดยทีไม่จําเป็นต้องใช้ MDA ตัวอืน แต่ในกรณีทีต้องการความสามารถพิเศษมากขึน เช่น การกรองหรือคัดแยกอีเมล์จําเป็นต้อง จัดการให้ MDA ทําหน้าทีร่วมด้วย



https://pdfs.semanticscholar.org/8625/a3b17d199e5cabbb796bad0df56a7979c77c.pdf


Cradit:
TECHNIQUES AND TOOLS FOR FORENSIC INVESTIGATION OF E-MAIL
Email-forensics-investigation-techniques
mail-transfer-agent/
http://www.nextproject.net/contents/?00037



หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Saturday, May 13, 2017

Digital Forensics:Free Automated Malware Analysis Sandboxes and Services

Digital Forensics:Free Automated Malware Analysis Sandboxes and Services

In the malware analysis course I teach at SANS Institute, I explain how to reverse-engineer malicious software in your own lab. It’s a useful skill for incident responders and security practitioners; however, analyzing all software in this manner is impractical without some automated assistance. Malware analysis sandboxes save time and help with triage. They provide an overview of the specimen’s capabilities, so that analysts can decide where to focus their follow-up efforts:

  • IRIS-H (focuses on document files)

Refer:

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud #MalwareForensics

Wednesday, May 10, 2017

DIGITAL FORENSICS:digital footprints from IOT

DIGITAL FORENSICS:digital footprints from iot devices for investigations

เมื่อการเก็บหลักฐานจากอุปกรณ์ IoT จะกลายเป็นอนาคตของการสืบสวนและการทำ Digital Forensics

ความแพร่หลายของอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) นั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จน IoT ได้เข้าไปมีส่วนในชีวิตประจำวันของแต่ละคนแล้ว และในวงการตำรวจเองก็เริ่่มมีแนวโน้มในการตรวจสอบและเก็บหลักฐานทาง Digital จากอุปกรณ์ IoT กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลากหลายแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยคิดถึงกันมาก่อน
securityintelligence
ระบบ Smart Home ที่ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านนั้นกลายเป็นเรื่องที่สะดวก อัตโนมัติ และเป็นอัจฉริยะ ได้กลายเป็นช่องทางใหม่สำหรับเหล่าตำรวจในการสืบสวนคดีอาชญากรรมเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้านในยามเกิดเหตุได้ย้อนหลัง ทั้งจากการตรวจจับของ Sensor ที่พบว่ามีคนเข้ามาอยู่ในบ้าน, การเปิดหรือปิดอุปกรณ์ต่างๆ, อุณหภูมิในแต่ละห้อง, เวลาและตำแหน่งของบุคคลต่างๆ ในยามเกิดเหตุ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแง่มุมเหล่านี้ไม่เคยปรากฎให้เห็นมาก่อนในอดีต
VectorStock
นอกจากนี้เหล่าอุปกรณ์ IoT เองก็ยังมีแนวโน้มที่จะถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบกล้องวงจรปิดมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย และการต่อยอดด้วยเทคโนโลยี Computer Vision เพื่อให้อุปกรณ์ IoT เหล่านั้นสามารถมองเห็นได้ และข้อมูลเหล่านี้เองที่จะกลายเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนในหลากหลายคดีเป็นอย่างมาก รวมถึงการติดตามการใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้ภายในที่พักอาศัยเองก็อาจจะกลายเป็นหลักฐานที่น่าสนใจ เช่น หากพบจากระบบ Smart Meter ว่ามีการใช้น้ำเป็นปริมาณมากในระหว่างเกิดเหตุอาชญากรรม ก็อาจนำไปสู่การสันนิษฐานถึงความพยายามในการใช้น้ำชำระล้างหลักฐานในขณะเกิดเหตุได้ เป็นต้น
IOT
อุปกรณ์ Smart Home Hub ที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงได้นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่น่าสนใจในแง่ของการเก็บหลักฐาน เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำการตรวจจับเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาวิเคราะห์รูปประโยคและค้นหาข้อมูลหรือทำตามคำสั่งอยู่เสมอ ดังนั้นหากมองในมุมของการสืบสวนแล้วอุปกรณ์เหล่านี้ก็คือแหล่งบันทีกหลักฐานในรูปของเสียงได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงแต่อุปกรณ์ Smart Home เท่านั้น แต่อุปกรณ์ IoT ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Wearable Device หรือ Driverless Car และอื่นๆ นั้นต่างก็มีแนวโน้มว่าจะมีบทบาทสำคัญสำหรับการเป็นหลักฐานในการสืบสวนคดีต่างๆ กันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยมีการตรวจสอบได้มาก่อนในอดีต เช่น อัตราการเต้นของหัวใจของเหยื่อ, กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เกิดเหตุ, การยืนยันตำแหน่งของบุคคลในขณะเกิดเหตุ และอื่นๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ดี ประเด็นทางด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันในกรณีนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ IoT นั้นนอกจากจะมีการเก็บข้อมูลบางส่วนเอาไว้ภายในตัวอุปกรณ์เองแล้ว ก็ยังอาจมีการส่งข้อมูลขึ้นไปบนระบบ Cloud เพื่อทำการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลด้วยเช่นกัน ซึ่งในมุมของผู้ให้บริการ Cloud หรือผู้พัฒนา IoT Solution นั้น การออกแบบระบบให้ผู้อื่นนอกเหนือจากเจ้าของระบบไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ถือเป็นแนวคิดพื้นฐานในการจัดการทางด้าน Data Privacy ดังนั้นเราก็อาจพบกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการร้องขอข้อมูลไปยังผู้ให้บริการเหล่านี้และถูกปฏิเสธได้เช่นกัน คล้ายกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูข้อมูล Chat ภายในระบบที่ทำการเข้ารหัสไว้ และผู้ให้บริการก็ไม่อาจให้ข้อมูลเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน หรือเทคโนโลยีนั้นถูกออกแบบมาให้แม้แต่ผู้ให้บริการก็ไม่สามารถเปิดอ่านข้อความเหล่านั้นได้ก็ตามที

ประเด็นเหล่านี้ก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว และวงการ Digital Forensics เองหลังจากนี้ก็คงมีความกว้างและหลากหลายมากขึ้นยิ่งกว่าแต่ก่อนมากทีเดียวครับ

ข้อมูลจาก techtalkthai January 3, 2017
อ้างอิง: http://www.networkworld.com/article/3154064/security/cops-to-increasingly-use-digital-footprints-from-iot-devices-for-investigations.html

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud #IOT #InternetofThings

Wednesday, April 12, 2017

Digital Forensics: เทคนิคค้นหา email ใน Internet

Digital Forensics:เทคนิคหา email ใน Internet
  
  บ่อยครั้งที่หลายคนเจอ  Phishing mail  แล้วก็มีคำถามว่า  รู้อีเมลเราได้อย่างไร จริงๆ แล้วมีหลายเทคนิค ที่สามารถรู้ email address ได้  เช่น 
                    1. ค้นหาใน Google , 
                    2. การส่งเมล CC เมลเป็นจำนวนมาก 
                    3. ติิดตั้ง application ที่ไม่น่าเชื่อถือ บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือบนโทรศัพท์ 
                    4. ติดมัลแวร์
                    5. อื่นๆ

Phishing คือคำที่ใช้เรียกเทคนิคการหลอกลวงโดยใช้อีเมลหรือหน้าเว็บไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสร้างความเสียหายในด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน เป็นต้น ในบทความนี้จะเน้นในเรื่องของ Phishing ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหลอกลวงทางการเงิน เนื่องจากจะทำให้ผู้อ่านมองเห็นผลกระทบได้ง่าย 

ตัวอย่างของอีเมลและหน้าเว็บไซต์หลอกลวง มีอยู่มากมายเต็มไปหมดในโลกอินเทอร์เน็ต เช่นรูปด้านล่าง เป็นรูปของสถาบันทางการเงินแห่งหนึ่ง หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่า URL ที่แสดงขึ้นมา ไม่ใช่ URL ที่ถูกต้องของสถาบันการเงินนั้น
ที่มา https://www.thaicert.or.th/papers/general/2012/pa2012ge007.html
วันนี้เลยนำเครื่องมือ The harvester วัตถุประสงค์ของโปรแกรมนี้คือการรวบรวมอีเมลโดเมนย่อยโฮสต์ จากแหล่งสาธารณะต่างๆเช่น เครื่องมือค้นหาต่างๆ 
เครื่องมือนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยการทดสอบ ระบบเพื่อทำความเข้าใจกับ footprint on the Internet. นอกจากนี้ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าผู้โจมตีสามารถเห็นอะไรเกี่ยวกับองค์กรของตน

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. Kali linux
2. theharvester
3. Domain name

Examples:
        theharvester -d microsoft.com -l 500 -b google -h myresults.html
        theharvester -d microsoft.com -b pgp
        theharvester -d microsoft.com -l 200 -b all
        theharvester -d microsoft -l 200 -b linkedin
        theharvester -d apple.com -b googleCSE -l 500 -s 300

นอกจาก Google แล้วยังสามารถ ใช้ Engine  อื่น เช่น linkedin, bing, yahoo ,twitter


เมื่อเรารู้ข้อมูลแล้วควรหลีกเลี่ยงและหาทางป้องกันไม่ให้กรอกข้อมูลสำคัญไป ในอีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือใช้ช่องทางอื่นตรวจสอบว่า ใช้แหล่งต้นทางที่ส่งมาจริงหรือไม่ 

ข้อแนะนำต่อไปนี้ สามารถลดโอกาสไม่ให้ผู้อ่านถูกหลอกลวงได้
  1. ไม่เปิดลิงก์ที่แนบมาในอีเมล เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะถูกหลอกลวง เพราะบางครั้งลิงก์ที่มองเห็นในอีเมลว่าเป็นเว็บไซต์ของธนาคาร แต่เมื่อคลิกไปแล้วอาจจะไปที่เว็บไซต์ปลอมที่เตรียมไว้ก็เป็นได้ เนื่องจากในการสร้างลิงก์นั้นสามารถกำหนดให้แสดงข้อความหรือรูปภาพได้ตามต้องการ ดังนั้นบางเว็บไซต์ปลอมจึงทำ URL ให้สังเกตความแตกต่างจาก URL จริงได้ยาก
  2. พึงระวังอีเมลที่ขอให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะหากเป็นอีเมลที่มาจากสถาบันการเงิน ทั้งนี้ธนาคารหลายแห่งได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า ธนาคารไม่มีนโยบายในการขอให้ลูกค้าเปิดเผยเลขประจำตัว หรือข้อมูลที่มีความสำคัญอื่น ๆ ผ่านทางอีเมลโดยเด็ดขาด
  3. ไม่เปิดลิงก์ที่แนบมาในอีเมล เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้โจมตีมีเทคนิคมากมายในการปลอมชื่อผู้ส่งให้เหมือนมาจากองค์กรนั้นจริง ๆ หากต้องการเข้าใช้งานเว็บไซต์นั้น ขอให้พิมพ์ URL ด้วยตัวเอง
  4. สังเกตให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็น HTTPS ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น เลขบัตรเครดิต หรืออื่น ๆ
  5. ลบอีเมลน่าสงสัยออกไป เพื่อไม่ให้พลั้งเผลอกดเปิดครั้งถัดไป
  6. ติดตั้งโปรแกรม Anti-Virus, Anti-Spam และ Firewall เนื่องจากผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการติดตั้ง Firewall คือสามารถทำการยับยั้งไม่ให้โทรจันแอบส่งข้อมูลออกไปจากระบบได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรหมั่นศึกษาและอัพเดทโปรแกรมดังกล่าวให้เป็นรุ่นปัจจุบันเสมอ

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

Credit:How to Gather Email Addresses with TheHarvester :Pentest Tools



ที่มา
https://bit.ly/2HGxAcC
https://bit.ly/2RaiZqi

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล  เผยแพร่ความรู้และให้โอกาสในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการศึกษา   บุคคลที่สนใจโดยทั่วไป รวมถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา  ในการเรียนรู้เท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD

Monday, April 3, 2017

Digital Forensics: OSForensics

Digital Forensics: OSForensics Triage Certification Free

Training Course

We offer a self directed online training course for digital forensics investigators and enthusiasts who wish to increase their proficiency in using OSForensics for computer examination. For those planning to become a Certified #OSForensics Examiner via the test (below), completion of this course before taking the test is strongly recommended, with the exception of expert users. This course and the certification test were developed in collaboration with Computer Forensics Expert Chuck Easttom. The course contains a mixture of PowerPoint Slides, Videos, and Lab Excercises for students to work through at their own pace. Material is divided into the following four (plus one additional) lessons:
  1. Lesson One - Introduction to Forensics
  2. Lesson Two - Basic Operations with OSForensics
  3. Lesson Three - Live Forensics
  4. Lesson Four - Recovery
  5. Optional Lesson - Technology Background



Sign up for OSForensics Triage Certification Free

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#Digital Forensics Certification

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Friday, March 31, 2017

How to Become a Computer Forensics Investigator

DIGITAL FORENSICS:How to Become a Computer Forensics Investigator

ปัจจุบันอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์เพิ่มสูงขึ้น จึงมีการนำเทคนิคการสืบสวนทางคอมพิวเตอร์มาใช้โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายรัฐบาลและองค์กรอื่นๆ ทั่วโลก การศึกษาด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลหรือที่เรียกว่านิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล เป็นสื่งสำคัญสำหรับการเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล  หรือนักพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล

Step 1: Earn Your Digital Forensics Degree

โดยทั่วไปจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทด้านนิติคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่คล้ายคลึงกันเพื่อเป็นนักตรวจสอบด้านนิติคอมพิวเตอร์ ปริญญานี้จะช่วยให้คุณมีพื้นฐานในการสืบสวนและการใช้คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีใหม่ ๆ และเทคนิคที่ใช้ในอุตสาหกรรม นอกเหนือจากประสบการณ์ระดับมืออาชีพแล้วการได้รับปริญญาโทยังช่วยเพิ่มความก้าวหน้าในอาชีพการงานของคุณและเปิดประตูสู่ตำแหน่งระดับสูงในภาครัฐหรือภาคเอกชน

  • Computer and Digital Forensics
  • Computer and Information Security
  • Computer Forensics
  • Digital Investigations
  • Computer Information Technology Education
  • Computer Security
  • Computer Science
  • Computer, Electrical or Software Engineering
  • Computer Technician
  • Cyber Security

การสอบประเมินความรู้และทักษะด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics exam)

 เป็นการประเมินความรู้และทักษะในด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสืบสวนและวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัลเพื่อใช้ในการดำเนินคดีหรือการสืบสวนทางกฎหมาย. การสอบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองความเชี่ยวชาญของผู้สอบและช่วยให้ผู้สอบสามารถพิสูจน์ความเชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลทางเทคนิคได้

Step 2: Get Certified as a Computer Forensics Specialist

มีการรับรองหลายประเภทสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านนิติคอมพิวเตอร์ มุ่งเน้นไปที่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในเฉพาะด้านหรือซอฟต์แวร์เฉพาะที่ใช้ในด้านนิติคอมพิวเตอร์  ผ่านการรับรองทำให้มั่นใจได้ว่าคุณมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับประเด็นทางจริยธรรมและกฎหมายของสาขาความรู้ในนิติคอมพิวเตอร์และเครื่องมือในปัจจุบัน แม้ว่าการรับรองไม่ได้เป็นข้อกำหนดสำหรับทุกตำแหน่งงาน แต่ผู้สมัครงานจะได้รับการพิจารณาในทางที่ดีมากขึ้นเมื่อพวกเขาได้รับการรับรอง

  • Certified Forensic Computer Examiner (CFCE) – offered by The International Association of Computer Investigative Specialists (IACIS)
  • Certified Computer Examiner (CCE) – offered by The International Society of Forensic Computer Examiners (ISFCE) 
  • Global Information Assurance Certification (GIAC) – offered by The SysAdmin Audit, Network, Security (SANS) Institute
    • GIAC Certified Forensic Examiner (GCFE)
    • GIAC Certified Forensic Analyst (GCFA)
    • GIAC Network Forensic Analyst (GNFA)
    • GIAC Advanced Smartphone Forensics (GASF)
  • EC-Council
    • Computer Hacking Forensic Investigator-CHFI | EC-Council ใบรับรองระดับมืออาชีพที่เน้นการสืบสวนและวิเคราะห์หลักฐานทางดิจิทัล ออกโดย EC-Council. ใบรับรองนี้ช่วยให้ผู้ที่ได้รับการรับรองมีความสามารถในการสืบสวนเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิเคราะห์หลักฐานจากคอมพิวเตอร์ และรายงานผลการสืบสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ. 
    • Cyber Forensics Associate (CFA)  | EC-Council 
  • Certified Digital Forensics Professional eCDFP | eLearnSecurity
    • ใบรับรองจาก INE Security สำหรับผู้ที่ต้องการพิสูจน์ความเชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล. 
  • Certified Digital Forensics Examiner, C)DFE  | Mile2 หลักสูตรนี้จัดทำโดย Mile2 และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สอบสามารถสร้างมาตรฐานการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมได้. 
  • EnCase
    • EnCase Certified Engineer (EnCE) – offered by Guidance Software
  • AccessData Certified Examiner (ACE) – offered by AccessData
  • OSFCE (OSForensics Certified Examiner) By PassMark™ Software
  • Cellebrite
    • CCME - Cellebrite Certified Mobile Examiner By Cellebrite
  • XRY CERTIFICATION By MSAB
  • X-PERT certification
  • BlackBag Technologies
    • Certified BlackLight Examiner (CBE)
    • Certified Mobilyze Operator (CMO)
    • MacOS and iOS Certified Examiner (MiCFE)

Step 3: Find Your First Job

มีประสบการณ์การทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง ตำแหน่งนิติคอมพิวเตอร์สามารถพบได้ที่หน่วยงานของรัฐและรัฐบาลกลางตั้งแต่หน่วยงานตำรวจของเมืองไปจนถึงสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ(Department of Homeland Security) และเอฟบีไอ (หน่วยงานของรัฐบาลกลางในการสืบสวนการโจมตีทางไซเบอร์โดยอาชญากรฝ่ายตรงข้ามและผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศ ) * ตำแหน่งงานด้านนิติคอมพิวเตอร์เช่นนักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถพบได้ในภาคเอกชน ในสถานที่ต่างๆ เช่น ธนาคาร บริษัท พัฒนาซอฟต์แวร์สำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชี ,การตรวจสอบทุจริต (Fraud Audit)

Step 4: Advance with Experience

ด้วยประสบการณ์และความรู้ระดับมืออาชีพนักตรวจสอบด้านนิติคอมพิวเตอร์สามารถพัฒนาอาชีพของพวกเขา (และเงินเดือนของพวกเขา) ได้โดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบนิติคอมพิวเตอร์ หรือเริ่มการปฏิบัติงานส่วนตัวหรือหน่วยงานที่ปรึกษาซึ่งพวกเขาสามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลาย หรืิอขึ้นทะเบียนผู้เชี่ยวชาญโดยของหน่วยงานศาลยุติธรรม หรือช่างเทคนิคเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ

ทักษะทั่วไปที่จำเป็นสำหรับอาชีพด้านพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล

  • ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ
  • อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัล
  • ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
  • การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • ประเภทมัลแวร์
  • ประเด็นทางจริยธรรมเกี่ยวกับข้อมูล
  • ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูล
  • ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
  • การคิดวิเคราะห์
  • ความสามารถในการสื่อสาร
  • ทักษะการแก้ปัญหา

Examples of Duties

Under general supervision, processes, examines and analyzes computer hardware, software, electronically stored data and other computer-related evidentiary materials pertaining to law enforcement investigations.

  • Prepares and presents reports of findings, provides expert testimony, and performs a variety of crime laboratory duties.
  • Conducts thorough examinations of computer hard disk drives, and other electronic data storage media.
  • Preserves and copies the original media.
  • Prevents the transference of viruses, destructive programs, and inadvertent writes to and from the original media.
  • Restores recoverable deleted files.
  • Accesses password-protected and secured files.
  • Uses forensic software applications to analyze electronic media.
  • Examines the contents of a computer's CMOS.
  • Examines boot record data, system configuration, and operation command files.
  • Verifies the correctness of the computer's internal clock.
  • Physically disassembles and examines computers and related hardware components.
  • Identifies evidence of computer crimes such as the theft and sabotage of data; unlawful access of data and systems; fraudulent use of bank, credit, and telecommunications accounts; and the trafficking of pornography.
  • Examines and analyzes text, graphics, multimedia, and digital images.
  • Labels and secures evidence.
  • Prepares and presents reports of examinations and findings.
  • Works with prosecutors and others to prepare cases for trial.
  • Provides expert opinion testimony in courts.
  • Provides advice and guidance regarding computer crimes.


อ่านเพิ่มเติม:
คำแนะนำ:
  • เลือกหลักสูตรที่เหมาะสม:เลือกหลักสูตรการอบรมที่ตรงกับความสนใจและเป้าหมายอาชีพ
  • ติดตามข่าวสาร:ติดตามข่าวสารและพัฒนาการใหม่ๆ ในวงการ Digital Forensics
  • สร้างเครือข่าย:สร้างความสัมพันธ์กับผู้เชี่ยวชาญในวงการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และโอกาสในการทำงาน 

ที่มา:


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#เรียนต่อนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Data Breach Check

Data Breach Check Data Breach Check EP.4 “คิด ก่อน Prompt” AI อาจช่วยคุณทำงานได้เร็วขึ้น แต่บางครั้ง…ข้อมูลสำคัญก็อาจ “หลุดออกไป” โดยไม่รู้...