Monday, April 4, 2011

Digital Forensics: ค่าแฮช (hash value)

Digital Forensics: ค่าแฮช (hash value)

ค่า hash คือ

ค่าแฮช (hash value) คือ  เกิดจาก วิธีการที่ทำให้ข้อมูลย่อลงแต่มีลักษณะจำเพาะของข้อมูลนั้น โดยอาจกระทำโดยการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ ผ่านวิธีการใดๆแล้วนำกลับมารวมกัน โดยการใช้ฟังก์ชันแฮช (Hash function)


hash value

ค่าแฮช คือ

ค่าแฮช (Hash Value) หมายถึง ค่าเฉพาะที่ได้จากการคำนวณเนื้อหาของข้อมูลด้วยฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ เป็นเสมือนลายนิ้วมือของข้อมูล ใช้ยืนยันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล โดยค่านี้มักเป็นเลขฐาน 16 ความยาวแน่นอน ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันที่ใช้ ที่นิยมได้แก่ MD5 ซึ่งมีขนาด 16 ไบต์ (128 บิต) ดังนั้นค่า MD5 ทั้งหมดที่ จะมีได้คือ 2^128 ค่า และ SHA1 ซึ่งมีขนาด 20 ไบต์เป็นต้น

ค่าแฮช Hash Value

hash value คือ
ค่าแฮช (hash value)
คือ  ผลลัพธ์ ของวิธีการซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด ให้กลายเป็นจำนวนเล็กๆ อันหนึ่งอย่างมีปฏิสัมพันธ์ ซึ่งจำนวนดังกล่าวเปรียบได้ว่าเป็น "ลายนิ้วมือ" ของข้อมูล ขั้นตอนวิธีของฟังก์ชันแฮชส่วนใหญ่จะเป็นการแบ่งย่อยข้อมูลและการผสมข้อมูลย่อยทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้าย
https://en.wikipedia.org/wiki/Cryptographic_hash_function

 ค่าแฮช คือ Hash value  เป็นผลลัพธ์จากการนำข้อมูล (จะเป็นฮาร์ดดิสก์ทั้งลูกหรือไฟล์ชนิดหรือขนาดใดก็ได้) มาผ่านกระบวนการย่อย (Digest) หรือการคำนวณด้วย Hash Function เรียกกระบวนการนี้ว่า Hashing โดยผลลัพธ์นี้จะเป็นค่าเฉพาะ ซึ่งโดยทั่วไปนิยมแสดงโดยใช้เลขฐาน 16 (Hexadecimal) ซึ่งมีความยาวแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวิธีการ หรือฟังก์ชันที่ใช้ เช่น MD5 (Message Digest 5) ซึ่งให้ผลลัพธ์ 128 bit หรือ 32 digit (เลขฐาน 16) และ SHA1 (Secure Hash Algorithm 1) ให้ผลลัพธ์ 160 bit หรือ 40 digit (เลขฐาน 16) 

หมายเหตุ: Hashing จะคำนวณจากข้อมูลที่อยู่ในไฟล์เท่านั้น ไม่รวม metadata ซึ่งได้แก่ ชื่อไฟล์ วันเวลาที่ไฟล์ถูกสร้าง เปลี่ยนแปลง/เข้าถึงครั้งสุดท้าย เป็นต้น

 กระบวนการ Hash คือกระบวนการที่เรียกว่า “ฟังก์ชั่นทางเดียว” (One way function) ที่ไม่สามารถกระทำการย้อนกลับ (Reverse) ได้ ลองคิดถึงการนำข้อมูลขนาด 1 เทระไบต์ มา Hash ด้วย MD5 ซึ่งจะได้ 16 ไบต์เสมอ ถ้าสามารถหาวิธีแปลงข้อมูล 16 ไบต์กลับเป็น 1 เทระไบต์ ได้ก็เท่ากับว่า MD5 เป็นวิธีการบีบอัดข้อมูลที่ดีที่สุดในโลก

(Hash function) ฟังก์ชันแฮช

เข้ารหัส Password ด้วย Hash function

patanasongsivilai.com/blog

ประโยชน์ของค่า Hash 

1.ความแท้จริงของข้อมูลว่าไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือได้รับความเสียหาย 
นำไปตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ ( integrity) สมมติว่ามีไฟล์สองไฟล์ ถ้าเนื้อหาในไฟล์เหมือนกันทุกประการ     ก็จะได้ค่า hash เหมือนกัน แต่หากว่า ค่า hash ไม่ตรงกัน นั้นแสดงว่าต้องมีไฟล์ใดๆไฟล์หนึ่งที่เปลี่ยนแปลง

2. นำไปใช้ในการเก็บข้อมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผย เช่น เก็บ Hash รหัสผ่านไว้ในฐานข้อมูล

Hash password 



ที่มา:
https://bit.ly/2Omm5uJ
https://bit.ly/2CZDAea
https://bit.ly/2HDJCkK
 https://bit.ly/2wzbnFu
https://www.patanasongsivilai.com/blog/password-hash-function-salt-values/

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud
#hashvalue #MD5

Friday, December 24, 2010

Digital Forensics: Computer Fraud Techniques

 Digital Forensics:Computer Fraud Techniques

Forensic Accounting

การบัญชีสืบสวน (Forensic Accounting)

บทบาทของผู้ตรจสอบทุจริตทางบัญชี
*การตรวจสอบทุจริตทางบัญชีและการเงินจำเป็นต้องอาศัยผู้ชำนาญเฉพาะได้แก่ Certified Fraud หรือForensic Accountant ซึ่งวัตถุประสงค์การตรวจสอบในกรณีนี้จะไม่เน้นถึงความถูกต้องของงบการเงินตามมาตราฐานการบัญชี แต่จะให้ความสนใจในการตอบคำถามเกี่ยวกับ

*ระบบการควบคุมภายในของกิจการมีจุดบกพร่องที่สุดในส่วนใด
*ระบบบัญชีที่ใช้อยู่เปิดโอกาสให้มีการตกแต่งตัวเลข และปฏิบัติการที่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีมีที่ใดบ้าง
*ใครเป็นผู้ดูแลรายการนอกงบดุล และรายการนั้นถูกบันทึกไว้ที่ไหน อย่างไร
*วิธีการที่จะสามารถลัดขั้นตอนหรือไม่ปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามระบบที่วางไว้คืออะไร และสามารถผ่านการพิจารณาของผู้บริหารได้อย่างไร
*สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่เอื้อต่อการทุจริตมีอะไรบ้าง เป็นต้น
  ที่มา: นิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
...................................................................................................................................

คดีฉ้อโกง (Fraud)

หมายถึง คดีอาญาที่ผู้กระทำผิดมีเจตนาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเอาจากผู้ถูกหลอกลวง โดยหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอก ซึ่งการหลอกลวงและปกปิดนั้น ผู้ถูกหลอกลวงต้องเสียทรัพย์สินให้แก่ผู้กระทำผิด หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ  นอกจากนี้ ถ้าผู้เสียหายมีจำนวน ๑ คนขึ้นไป เช่นนี้เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน (Public fraud)  ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้

ที่มา : https://bit.ly/2DhquHD
...................................................................................................................................

How Information Technology can help Forensics Accounting?

จากตัวอย่างบริษัทใหญ่หลายแห่งในอดีต ไม่ว่าจะเป็น บริษัท Enron หรือบริษัท World-Com นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการควบคุมและตรวจสอบภายในองค์กร รวมทั้งความล้มเหลวทางด้านบัญชีที่นำไปสู่การทุจริตภายในองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งจากความล้มเหลวดังกล่าวนั้นจึงทำให้องค์กรและนักบัญชีจำนวนมากที่หันมาให้ความสนใจในเรื่องการกำกับดูแลกิจการมากขึ้น ผ่านการควบคุมและตรวจสอบภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตหรือข้อผิดพลาดต่างๆที่อาจสร้างผลกระทบในทางลบต่อองค์กร จากประเด็นดังกล่าวนี้เองจึงยังทำให้เกิดสาขาวิชาหนึ่งขึ้น คือ การบัญชีสืบสวน (Forensic Accounting)
การบัญชีสืบสวน (Forensic Accounting)
การบัญชีสืบสวน (Forensic Accounting) เป็นการใช้ทักษะด้านการเงินและแนวคิดทางด้านการสืบสวนสอบสวน เพื่อใช้ในการตรวจสอบ สืบสวน และสอบสวนข้อมูลทางการเงินเพื่อพิสูจน์หรือเพื่อหาหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริต โดยเฉพาะทำหน้าที่คล้ายนักสืบ โดยจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบนี้เกิดขึ้นมาจากการตรวจสอบด้านภาษีอากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายและมักเป็นความผิดทางอาญา ดังนั้นการบัญชีสืบสวนถูกมองว่าเป็นการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมซึ่งสาเหตุที่ทำให้การบัญชีสืบสวนมีความสำคัญขึ้นมา จากวารสารการบัญชีในปี 2541 บทความซึ่งเขียนโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมชาย ศุภธาดา นั้นได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การบัญชีสืบสวน นั้นอาจสามารถแบ่งได้เป็น สาขา Fraud Auditing (การตรวจสอบการทุจริต) ซึ่งเป็นส่วนย่อยของ Forensic Accounting โดยสาขานี้จะมุ่งเน้นสืบสวนการทุจริตโดยเฉพาะ และอีกหนึ่งสาขา คือ Investigative Accounting (การบัญชีเชิงสอบสวน) โดยสาขาดังกล่าวจะทำการสอบทานเอกสาร ข้อมูลทางการเงิน เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลหลักฐานประกอบการฟ้องร้อง หรือการเรียกร้องเงินประกันความเสียหายรวมทั้งคดีอาญา
จะเห็นได้ว่าในการสืบสวนหรือตรวจสอบทางบัญชีดังกล่าวนั้นต้องมีการค้นหา เก็บรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลทางบัญชีต่างๆ เพื่อใช้ประกอบในการตรวจสอบ ทำให้ในการบัญชีสืบสวนจึงมักต้องเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศต่างๆภายในองค์กรเสมอ เนื่องจากระบบสารสนเทศนั้นถือเป็นระบบพื้นฐานสำคัญระบบหนึ่งที่องค์กรนั้นได้นำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหา เก็บรวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลต่างๆภายในองค์กรและระหว่างองค์กร เช่น ข้อมูลทางการบัญชีต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นนักบัญชีสืบสวนนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยระบบสารสนเทศในองค์กรในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และแม้ว่าระบบสารสนเทศดังกล่าวนั้นจะเป็นเครื่องมือที่สร้างมูลค่าเพิ่มเติมแก่องค์กร แต่อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวนั้นก็อาจเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีในการสร้างความเสียหายต่อองค์กร โดย Smith (2005) ได้ศึกษาพบว่า ระบบสารสนเทศและคอมพิวเตอร์นั้นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการประกอบทุจริตทางการเงินในองค์กร ดังนั้นนี้จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ระบบสารสนเทศนั้นจึงเข้ามามีส่วนเกี่ยวเนื่องในการตรวจสอบหรือสืบสวนทางบัญชี ซึ่งนักบัญชีสืบสวนนั้นก็ตระหนักถึงในประเด็นปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ดังนั้นในการรวบรวมข้อมูลจากระบบสารสนเทศนั้น นักบัญชีจึงต้องแน่ใจว่ากระบวนการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศในองค์กรนั้นมีประสิทธิภาพมากเพียงพอที่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อใช้ในการตรวจสอบการทุจริตต่างๆ
ตัวอย่าง Computer Fraud Techniques
ดังที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่า ระบบสารสนเทศและคอมพิวเตอร์นั้นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการประกอบทุจริตทางการเงินในองค์กร โดยการกระทำที่อาจถือเป็นการทุจริตทางคอมพิวเตอร์ มักจะเป็นไปในรูปแบบดังต่อไปนี้
1. การฉ้อโกงโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น การเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน, จำนวนชั่วโมงการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. การปลอมแปลงโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลหรือทำการ Download ข้อมูลมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
3. การทำให้ข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เสียหาย เช่น การเขียนโปรแกรมไวรัสเพื่อทำลายข้อมูล หรือแฝงมาในแฟ้มข้อมูลที่ผู้ใช้ทำการ Download
4. การทำลายระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การก่อกวนการรับ-ส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย
5. การลักลอบเข้าไปในเครือข่ายโดยปราศจากอำนาจ เช่น การลักลอบดูข้อมูล รหัสประจำตัวหรือรหัสผ่านตัวอย่าง
ดังนั้นหากนักบัญชีสืบสวนนั้นรู้จักเทคนิคต่างๆที่ใช้ในการทุจริตผ่านระบบสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ย่อมมีประโยชน์ในตรวจสอบมากขึ้น ตัวอย่างเทคนิคมีดังนี้
Computer Networks
·        Phishing คือ การปลอมแปลง e-mailหรือ web site รูปแบบหนึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีวัตถุประสงค์
ที่จะต้องการข้อมูลข่าวสารต่างๆ เช่น user, Password และหมายเลขบัตรเครดิต โดยมักแอบอ้างมาจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ
·        IP Spoofing คือ การปลอมแปลงหมายเลข IP Address ให้เป็นหมายเลขซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าใช้งานเครือข่ายนั้นๆ ได้ เพื่อบุกรุกเข้าไปขโมย หรือทำลายข้อมูล หรือกระทำการอื่นๆ อันเป็นการโจมตีเครือข่าย เช่น การเข้าไปลบค่า Routing table ทิ้งเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลผ่านไปยังภายนอกได้
·        Packet Sniffing เป็นอุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์และคอยดักฟังข้อมูลหรือ packet ที่ถ่ายโอนภายในเครือข่าย เช่น การรับส่ง e-mail ซึ่งpacket ข้อมูลดังกล่าวนั้นอาจมี username หรือ password ที่สำคัญบรรจุอยู่

Computer System
·        Data Diddling คือ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนหรือระหว่างที่กำลังบันทึกข้อมูลลงไปในระบบคอมพิวเตอร์ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวนี้สามารถกระทำโดยบุคคลใดก็ได้ที่สามารถเข้าไปถึงตัวข้อมูล ตัวอย่างเช่น พนักงานเจ้าหน้าทีที่มีหน้าที่บันทึกเวลาการทำงานของพนักงานทั้งหมดทำการแก้ไขตัวเลขชั่วโมงการทำงานของคนอื่นมาลงเป็นชั่วโมงการทำงานของตนเอง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวหากถูกแก้ไขเพียงเล็กน้อย ก็จะไม่มีใครทราบ
·        Trojan Horse การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่แฝงไว้ในโปรแกรมที่มีประโยชน์เมื่อถึงเวลาโปรแกรมที่ไม่ดีจะปรากฎตัวขึ้นเพื่อปฏิบัติการทำลายข้อมูล วิธีนี้มักจะใช้กับการฉ้อโกงทางคอมพิวเตอร์หรือการทำลายข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์
·        Salami Techniques วิธีการปัดเศษจำนวนเงิน เช่น ทศนิยมตัวที่ 3 หรือปัดเศษทิ้งให้เหลือแต่จำนวนเงินที่สามารถจ่ายได้ แล้วนำเศษทศนิยมหรือเศษที่ปัดทิ้งมาใส่ในบัญชีของตนเองหรือของผู้อื่น ซึ่งจะทำให้ผลรวมของบัญชียังคงสมดุล (Balance) และจะไม่มีปัญหากับระบบควบคุมเนื่องจากไม่มีการนำเงินออกจากระบบบัญชี นอกจากใช้กับการปัดเศษเงินแล้ว วิธีนี้อาจใช้กับระบบการตรวจนับของในคลังสินค้า
·        Superzapping มาจากคำว่า "Superzap" เป็นโปรแกรม "Marcro Utility" ที่ใช้ในศูนย์คอมพิวเตอร์ของบริษัท IBM เพื่อใช้เป็นเครื่องมือของระบบ (System Tool) ทำให้สามารถเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ได้ในกรณีฉุกเฉิน เสมือนกุญแจผี (Master Key) ที่จะนำมาใช้เมื่อกุญแจดอกอื่นหายมีปัญหา โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program) ตัวอย่างเช่นโปรแกรม Superzap จะมีความเสี่ยงมากหากตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี
·        Trap Doors เป็นการเขียนโปรแกรมที่เลียนแบบคล้ายหน้าจอปกติของระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อลวงผู้ที่มาใช้คอมพิวเตอร์ ทำให้ทราบถึงรหัสประจำตัว (ID Number) หรือรหัสผ่าน (Password) โดยโปรแกรมนี้จะเก็บข้อมูลที่ต้องการไว้ในไฟล์ลับ
·        Logic Bombs เป็นการเขียนโปรแกรมคำสั่งอย่างมีเงื่อนไขไว้ โดยโปรแกรมจะเริ่มทำงานต่อเมื่อมีสภาวะหรือสภาพการณ์ตามที่ผู้สร้างโปรแกรมกำหนด สามารถใช้ติดตามดูความเคลื่อนไหวของระบบบัญชี ระบบเงินเดือนแล้วทำการเปลี่ยนแปลงตัวเลขดังกล่าว
·        Asynchronous Attack เนื่องจากการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์เป็นการทำงานแบบ Asynchronous คือสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน โดยการประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นจะเสร็จไม่พร้อมกัน ผู้ใช้งานจะทราบว่างานที่ประมวลผลเสร็จหรือไม่ก็ต่อเมื่อเรียกงานนั้นมาดู ระบบดังกล่าวก่อให้เกิดจุดอ่อน ผู้กระทำความผิดจะฉวยโอกาสในระหว่างที่เครื่องกำลังทำงานเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือกระทำการอื่นใดที่ผู้ใช้ไม่ทราบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น
·        Data Leakage คือ การทำให้ข้อมูลรั่วไหลออกไป อาจโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เช่น การแผ่รังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในขณะที่กำลังทำงาน คนร้ายอาจตั้งเครื่องดักสัญญาณไว้ใกล้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลตามที่ตนเองต้องการ หรือการทำสำเนาเอกสาร เป็นต้น
·        Piggybacking วิธีการดังกล่าวสามารถทำได้ทั้งทางกายภาพ (Physical) การที่คนร้ายจะลักลอบเข้าไปในประตูที่มีระบบรักษาความปลอดภัย คนร้ายจะรอให้บุคคลที่มีอำนาจหรือได้รับอนุญาตมาใช้ประตูดังกล่าว เมื่อประตูเปิดและบุคคลคนนั้นได้เข้าไปแล้ว คนร้ายก็ฉวยโอกาสตอนที่ประตูยังไม่ปิดสนิทแอบเข้าไปได้ ในทางอิเล็คทรอนิกส์ก็เช่นกัน อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่ใช้สายสื่อสารเดียวกันกับผู้ที่มีอำนาจใช้หรือได้รับอนุญาต เช่น ใช้สายเคเบิลหรือโมเด็มเดียวกัน

IT Forensic Technique
ในการสืบสวน Forensic Accounting โดยใช้หลักฐานประเภทดิจิตอล (Digital Evidence) นั้น มีสิ่งสำคัญที่ต้องระลึกเสมอคือ จะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลต่างๆให้รัดกุม ถูกต้อง (Establishment of Chain Custody) กล่าวคือ หลักฐานต่างๆที่เป็นอิเลกทรอนิกส์จะต้องจัดเก็บอยู่ในสถานที่ปลอดภัย  การคัดลอกข้อมูลต้องทำเป็น bit ต่อ bit  และคัดลอกข้อมูลจาก Hard drive  ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลที่คัดลอกมาไม่ใช่ข้อมูลต้นฉบับ และใช้ forensic software ในการพิสูจน์ Data Integrity ของข้อมูล (Golden, Skalak and Clayton ,2006) จะเห็นได้ว่าในการตรวจสอบหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งคือการรักษาข้อมูลต้นฉบับให้คงสภาพเดิม (Integrity) ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือถูกลบทิ้ง ดังนั้นการใช้เครื่องมือ Forensic Software จึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งทั้งการเป็นเครื่องมือสืบสวนเมื่อเกิดข้อสงสัย และเป็นระบบการควบคุมที่ดีเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น
หลักฐานทาง IT ที่ต้องค้นหา
Saved Files
• Deleted Files

Temporary Files
• Metadata  ข้อมูลนี้จะมีอยู่ในไฟล์ทุกไฟล์ สามารถระบุว่าไฟล์ถูกสร้างขึ้นมาโดยซอฟต์แวร์อะไร เมื่อไร ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นมีที่มาอย่างไร เพราะเมต้าดาต้าตัวนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้ว่าผู้ใช้จะลบ หรือทำการเปลี่ยนชื่อของไฟล์ไปก็ตาม ในบางระบบปฎิบัติการข้อมูลส่วนนี้สามารถบอกได้ว่าผู้ใช้เป็นใคร และมาใช้งานเมื่อไร
• Disk Slack เป็นส่วนที่ค่อนข้างจะใช้ความสามารถด้านเทคนิคในการตรวจสอบค่อนข้างมาก เนื่องจากในการทำงานที่ต้องมีการเขียนข้อมูลลงบนดิสก์ บางครั้งข้อมูลที่เขียนนั้นอาจจะมีรายละเอียดของการใช้งานข้อมูลเก่า หรือแอพพลิเคชันที่ใช้  ซึ่งหากมีซอฟต์แวร์ Computer Forensic ที่มีความสามารถก็จะสามารถดึงข้อมูลในส่วนนี้มาได้ บางครั้งข้อมูลที่ไม่สามารถถูกพบด้วยวิธีปกติทั่วไป ก็สามารถพบได้ด้วยวิธีนี้

Bit-Stream Copy : เทคนิคสำคัญที่ใช้ในการทำ IT Forensic
เทคนิคสำคัญที่จำเป็นในการตรวจสอบ IT Forensic คือ Bit-Stream Copy  ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่มีอยู่ในเครื่องมือตรวจสอบทุกชนิด Bit-Stream Copy คือการเก็บข้อมูลทั้งหมดแบบบิตต่อบิตให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เพื่อใช้ในการตรวจสอบการทำงาน หรือหาจุดผิดปกติต่างๆ สามารถเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเครื่องของผู้ที่ถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด ทำให้ข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดนี้สามารถนำมาใช้สร้างฮาร์ดดิสก์ที่มีข้อมูลเหมือนกับเครื่องที่ถูกเก็บได้ทุกประการ โดยสามารถเก็บ Temporary File บันทึกการใช้งานรับส่งอีเมล์ ข้อความการสนทนาใน MSN หรือ Chat Room สามารถแสดง Meta Data ของแต่ละไฟล์ให้เห็น ทำให้ผู้ตรวจสอบสามารถทราบได้ว่าไฟล์นั้นเป็นไฟล์ของแอพพลิเคชันอะไร และเคยถูกเปลี่ยนแปลงมาหรือไม่

Investigation tools
เครื่องมือที่ใช้ในการสืบสวน Forensic accounting มีอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ประเภท Data Mining ไปจนถึง ประเภท Data Analysis  Forensic software ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อไปนี้ Data imaging,  Data recovery,  Data integrity , Data extraction,  Forensic Analysis และ Monitoring
ตัวอย่างซอฟต์แวร์สำเร็จรูปซึ่งรวม feature ในการตรวจสอบ
·        EnCase Enterprise Edition
EnCase จัดเป็นซอฟต์แวร์ที่มีการรวมแอพพลิเคชันด้าน Forensic ไว้หลายๆ อย่างในซอฟต์แวร์เพียงตัวเดียว ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาไฟล์ที่น่าสงสัย ตรวจสอบข้อมูลในระบบ กู้ไฟล์ที่ถูกลบ หรือการสร้างรายงานให้กับผู้ดูแลระบบนำไปวิเคราะห์ได้  ซึ่งจุดเด่นของ EnCase คือระบบตรวจสอบความถูกต้องของสำเนาที่เชื่อถือได้ด้วยการใช้เทคนิค MD5 และ Hash ที่สร้างค่า Hash Value ที่เปรียบเหมือนกับลายนิ้วมือไฟล์นั้น ซึ่งค่านี้สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบความถูกต้องระหว่างต้นฉบับกับตัวสำเนาได้  และฟีเจอร์ที่เรียกว่า EnScript  ที่อนุญาตให้ผู้ใช้  EnCase สามารถสร้างสคริปต์ด้วยการใช้ภาษา C++ หรือ JavaScript สำหรับใช้ในการตรวจสอบค้นหาไฟล์ที่ต้องการเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ ผู้ใช้ยังสามารถนำโมดูล หรือสคริปต์ที่ตัวเองเขียนนั้นสามารถนำไปใช้กับผู้ใช้ EnCase คนอื่นได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าซอฟต์แวร์อื่นๆ
สำหรับ Enterprise Edition เป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กรธุรกิจได้เพิ่มโมดูลสำหรับให้ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าไปตรวจสอบเครื่องลูกเพื่อค้นหาไฟล์ที่น่าสงสัยแบบต่างๆ หรือ กู้ไฟล์ที่ถูกลบไปได้จากระยะไกลได้  
·        AccessData Ultimate Toolkit
AccessData จัดเป็นซอฟต์แวร์ที่ทั้งแบบที่มีการรวมเอาแอพพลิเคชันด้าน Computer Forensic หลายอย่างไว้ในตัว และมีแบบแยกขายเฉพาะอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการกู้พาสส์เวิร์ด หรือกู้ไฟล์โดยเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์ยกชุดในราคาแพง แต่สามารถเลือกซื้อเฉพาะแอพพลิเคชันอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องการใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็น Forensic Toolkit, Password Recovery Toolkit, Registry Viewer และ Distributed Network Attack แต่ถ้าเป็นตัว AccessData Ultimate Toolkit นั้นก็จะมีแอพพลิเคชันทั้งหมดรวมไว้แล้ว  จุดเด่นของ AccessData คือ ความสามารถที่เฉพาะเจาะจง เช่น การกู้พาสส์เวิร์ด การกู้ไฟล์ที่ถูกลบ เป็นต้น แต่ปัญหาของ Access Data กลับเป็นเรื่องความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลในระบบเครือข่าย ซึ่งมีข้อจำกัดเนื่องจากผู้ใช้ไม่สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ด้วยตัวเอง ทำให้ไม่สามารถค้นหาไฟล์ที่เฉพาะเจาะจงได้เหมือน EnCase 
·        VOGON Forensic Tools Software
ซอฟต์แวร์ VOGON Forensic Toolsตัวนี้เป็นการรวมเอาแอพพลิเคชันในด้าน Forensic เอาไว้ด้วยกัน คล้ายกับ EnCase แต่ว่ามีจุดเด่นกว่า EnCase ในเรื่องของความสามารถในการค้นหา หรือกู้ข้อมูลที่ถูกลบ และสูญหายไปจาก Storage แบบต่างๆ ที่เป็น SCSI, S-ATA จนถึงอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบ USB ซึ่งมีการทำงานตรงจุดนี้ค่อนข้างรวดเร็ว และมีความถูกต้องสูง ส่วนการทำงานด้านอื่นๆ นั้นก็มีความคล้ายคลึงกับ EnCase ไม่ว่าจะเป็นจัดการสำเนาข้อมูลด้วยเทคนิค Hash และการสร้างรายงานที่สามารถนำไปวิเคราะห์ได้  ซอฟต์แวร์นี้ส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจที่ใช้งานดาต้าเซนเตอร์ที่เน้นการใช้การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ใน Storage เป็นหลัก
·        ProDiscover Incident Response (PDS)
PDS จัดเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่ายมีความซับซ้อนไม่มาก ซึ่งผู้ใช้งานนั้นไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญในด้าน Computer Forensic มากนัก มี Remote Forensic Server ซึ่งเป็นฟีเจอร์แบบเดียวกันที่ EnCase มีคือสามารถให้ผู้ดูแลระบบเข้าไปตรวจสอบเครื่องลูกในระบบเครือข่ายจากระยะไกลได้ จุดเด่นของ PDS ก็คือความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ในส่วนของฮาร์ดดิสก์ที่เรียกว่า Hardware Protect Area (HPA) ทำให้สามารถตรวจสอบคอนเทนต์ในส่วนนี้ของฮาร์ดดิสก์ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ไฟล์ต่างๆที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์นั้นได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของรูปแบบพาร์ทิชันฮาร์ดดิสก์ว่าจะเป็นแบบใด นอกนี้ PDS ยังสามารถแสดงผลงานในรูปแบบที่เข้าใจง่ายได้ด้วย  แต่ข้อเสียคือมีฟีเจอร์ค่อนข้างน้อยทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถปรับแต่งค่าการตรวจสอบ หรือค้นหาไฟล์แบบเฉพาะเจาะจงได้
·        Helix 
เป็นเครื่องมือซึ่งพัฒนามาจาก Knoppix ซึ่งเปิดให้ใช้บริการได้ฟรี ประกอบด้วย Option ต่างๆดังนี้
1.       Preview System Information ออปชั่นนี้จะแสดงข้อมูลพื้นฐานของระบบที่ถูกตรวจสอบ เช่น Operating System, Network Information, Owner Information และ drives ทั้งหมดที่มีในระบบ
2.       Acquire a “live” image ออปชั่นนี้ จะสามารถคัดลอกข้อมูลใน hard drives, floppy disks, หรือ memory, และจัดเก็บข้อมูลที่คัดลอกนี้ไว้ใน local removable media หรือบน network
3.       Browse contents of the CD-ROM and Host OS  ออปชั่นนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของไฟล์ต่างๆ เช่น ชื่อ ขนาดของไฟล์ การสร้าง การเข้าถึง วันที่มีการอัพเดทล่าสุด CRC, MD5
4.       Scan for Pictures from a system ออปชั่นนี้จะช่วยให้ผู้ตรวจสอบสามารถตรวจสอบ item ที่น่าสงสัยในระบบได้อย่างรวดเร็ว
·        ACL Desktop หรือ Generalized Audit Software (GAS)
Audit Command Language (ACL) ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ACL Service Ltd เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการอ่านและวิเคราะห์ประเภทของไฟล์ที่กระจายอยู่ตาม Database ต่างๆซึ่งอยู่ต่าง Platform กัน ACL จะช่วยให้ผู้ตรวจสอบสามารถเข้าถึง transactional data ที่สำคัญได้  ซึ่งมีฟังก์ชั่นช่วยงานผู้ตรวจสอบดังต่อไปนี้
·          สามารถวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อให้การตรวจสอบมีความครบถ้วนยิ่งขึ้น
·          ระบุแนวโน้ม ประเด็นสำคัญ และส่วนที่ควรได้รับการตรวจสอบ ระบุจุดที่เกิดความผิดพลาดและอาจเป็นช่องทางการทุจริตได้
·          สามารถระบุการควบคุมซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจได้ว่าสอดคล้องกับกับกฎระเบียบข้อบังคับขององค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐ
·          สามารถวิเคราะห์ transaction ที่เกี่ยวข้องกับทางการเงินได้
·          จัดระบบระเบียบข้อมูลให้ถูกต้องและ consistency
·          ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Benford’s Law analysis
นอกจากนี้ ACL ยังสามารถรักษา Data integrity หรือความคงสภาพของข้อมูลไว้ได้ ด้วยการกำหนดให้การเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดเป็นรูปแบบ Read Only เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แหล่งข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลง หรือ ลบทิ้ง
·        UltraBlock  (forensic write blocker hardware) 
เป็นฮาร์ดแวร์ที่ช่วยป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงแหล่งข้อมูลที่ผู้ตรวจสอบเข้าไปทำการตรวจสอบ Data Integrity เป็นเรื่องสำคัญมากหากหลักฐานเหล่านี้ถูกนำขึ้นสู่ศาล ดังนั้นผู้ตรวจสอบจะต้องระมัดระวังแหล่งข้อมูลที่ตนใช้เป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ลบทิ้ง แต่อย่างใด
·        Advance Hash Calculator เป็นเครื่องมือในการรักษา Data Integrity ด้วยการสร้าง Hash Value
·        Passware Kit Forensic
เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถเข้าถึง item ที่ถูกป้องกันด้วย Password ไว้ โดยใช้การ  decrypt ที่รวดเร็ว และ password recovery algorithms Passware สามารถหา encrypted file กู้ไฟล์ และไขเว็บไซต์พาสเวิร์ดได้ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไฟล์แต่อย่างใด ทั้งยังไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆบนคอมพิวเตอร์ที่ถูกตรวจสอบอีกด้วย  ข้อเสียของ Passware คือ สามารถใช้ได้กับการตั้ง Password ที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

Forensic Accounting Cases
·        Orinda-Moraga Disposal Services 
ในปี 1996 ผู้จัดการของบริษัท Orinda-Moraga Disposal Services ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย กลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยเมื่อบริษัท disposal service อื่นๆสงสัยเกี่ยวกับการที่บริษัท Orinda-Moraga Disposal Services เพิ่มอัตราค่าบริการกับลูกค้าและต้องการให้ the Contra Costa Sanitation District's ช่วยตรวจสอบความเป็นมาเป็นไป ดังนั้น เขาจึงจ้าง forensic accountant ทำการค้นหาความจริง
            ภายหลังตรวจสอบการบันทึกข้อมูลของบริษัท Orinda-Moraga's พบว่าบริษัทนี้ได้ส่งเช็คไปถึงบุคคลที่ไม่มีตัวตนในหลายๆบริษัทโดยทำการ fake ที่อยู่ เพื่อให้ธุรกิจของเขามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ท้ายที่สุดผู้เป็นเจ้าและหุ้นส่วนของ Orinda-Moraga's ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางแพ่งและทางอาญา
·        Sunbeam
ในปี 1997 บริษัท Sunbeam ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ได้ปฏิบัติตามหลักที่เรียกว่า bill and hold ซึ่งเป็นการที่บริษัทได้บันทึกยอดขายของสินค้าเพื่อให้เกิดกำไรขึ้นใน quarter ปัจจุบัน ในขณะที่ยังรอการส่งมอบ (deliver) สินค้า ซึ่งปกติแล้ว บริษัทควรที่จะบันทึกยอดขายเมื่อได้ส่งมอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว  Sunbeam ได้ขายสินค้าให้กับบริษัทเป็นจำนวนมากพร้อมกับให้ส่วนลด  (discount) แต่กลับเก็บสินค้าต่างๆไว้ในคลังสินค้า (warehouses)  ซึงจะทำให้ในงบการเงินจะปรากฏว่าบริษัทนี้มียอดขายที่สูง แต่อย่างไรก็ตามในคลังสิน  ค้าของ Sunbeam กลับเต็มไปด้วยสินค้าที่ยังไม่ได้ขาย การกระทำเช่นนี้ถูกเปิดเผยโดย financial analyst ที่ลงทุนในบริษัทนี้ โดยเขาทำการ downgraded มูลค่าหุ้นของ Sunbeam
            บริษัทกล่าวว่า Bill and hold ไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นของ Sunbeam รู้สึกผิดหวังและยื่นฟ้องเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย ในที่สุดก็มีการเปิดเผยหลักฐานว่าด้วยตัวเลขที่ได้รับการตกแต่ง ทำให้ CEO ของ Sunbeam ถูกไล่ออกและถูกบังคับให้จ่ายเงิน $1,000,000 เพื่อชำระคดีความ แต่เขาจ่าย $500,000 เป็นค่าปรับและถูกห้ามดำรงตำแหน่งในบริษัทมหาชนอีกต่อไป

·        Divorce

ทนายความในกรณีการหย่าร้างกำลังใช้ forensic accountants มาช่วยในการทำคดีให้กับลูกค้า โดยกรณีศึกษานี้พบว่ามีการซ่อนสินทรัพย์ของคู่สมรสแม้ว่าจะมีการปกปิดเป็นอย่างดีแล้ว  ซึ่ง forensic accountants ได้ทำการอ่านและวิเคราะห์และตรวจสอบเอกสารทางการเงินแล้วพบว่าสามีได้มีการโอนเงินจำนวน  $2,000,000 ไปให้แฟนเก่าของเขา

·        Robert Maxwell

เมื่อสหภาพยุโรปตีพิมพ์ข่าวการเสียชีวิตของ Robert Maxwell  ในปี 1991 ทำให้บริษัททั้งหมดของเขารู้สึกหดหู่ เพราะว่าเกมทางการเงินซึ่ง Maxwell สามารถที่จะเล่นกับเงินกู้จากธนาคารและเงินทุนของนักลงทุน ดังนั้น Forensic accountants ใช้เวลากว่า 14 ปีในการคลี่คลายคดีที่ Maxwell ได้มีการการยักยอกเงินจากลูกค้าและผู้ถือหุ้นเป็นจำนวนเงินมากกว่า $1,000,000,000 

น.ส. ชญาพร คงสาคร 5202113097
น.ส. ดารินทร์ อิงควงศ์ 5202113147
น.ส. สุทธิดา พวงพิกุล 5202113246
 วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
เขียนโดย chaya_bigvoice ที่ 00:41

ที่มา : https://bit.ly/2KMspuf
 ............................................................................................................

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud #โปรแกรม Encase คือ


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

Thursday, December 16, 2010

Computer Forensics :พิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์

Computer Forensics :พิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์

Computer Forensics อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นอาชญากรรมทีถูกยกระดับจากสภาพแวดล้อมทาง กายภาพมาเป็ นสภาพแวดล้อมทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งจับต้องได้ยาก ทําให้วิธีการสืบสวนที่เคย ใช้ไม่ได้ขึ นอยู่กับกฎเกณฑ์และข้อบังคับแบบเดิม ตัวอย่างเช่น ระดับความสามารถในการ ขโมยของ แต่เดิมนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของสิ่งของนั้นทางกายภาพ และข้อจํากัดของผู้ขโมย รวมถึงการเข้าถึงสถานที่และจํานวนซึ้งสามารถนําไปได้ แต่ปัจจุบันผู้ขโมยสามารถดาวน์ โหลดข้อมูลทั้งหมดโดยมิต้องเข้าถึงสถานที่นั้น หรือไม่ต้องมีการยกอะไรเลย

กฎของหลักฐาน ก่อนที่จะเจาะลึกถึงกระบวนการสืบสวนและพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ นั้นจําเป็ นว่าผู้สืบสวนจะต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงกฎของหลักฐาน การยื่นหลักฐานประเภท ใดเพื่อดําเนินการทางกฎหมายตามปรกตินับเป็ นปัญหาสําคัญ แต่เมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามา เกี่ยวข้อง ปัญหาต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้น ความรู้ พิเศษมีความจําเป็ นเพื่อที่จะค้นหาและเก็บรวบรวม หลักฐาน และการดูแลพิเศษมีความจําเป็ นเพื่อที่จะรักษาและเคลื่อนย้ายหลักฐาน หลักฐาน ในกรณีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์อาจจะแตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิมของหลักฐานตราบ เท่าที่หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์นั้นไม่สามารถจับต้องได้ กล่าวคืออยู่ในรูปของคลื่น อิเล็กทรอนิกส์ หรือคลื่นแม่เหล็ก  

ก่อนที่หลักฐานจะสามารถนํามาแสดงในกรณีต่างๆ จะต้องมีความสมบูรณ์ เกี่ยวข้อง และสําคัญต่อเรื่องนั้นๆ และจะต้องแสดงสอดคล้องกับกฎของหลักฐาน สิ่งใดก็ ตามที่ได้มาตามกฎหมายทั้งทางตรงและทางอ้อมซึ่งมีแนวโน้มที่จะพิสูจน์ว่าบุคคลอาจจะต้อง รับผิดชอบต่อการกระทําความผิดทางอาญาสามารถนํามาแสดงได้ตามกฎหมาย การพิสูจน์ อาจจะรวมถึงการให้ปากคําของพยานหรือการนําเสนอหลักฐานที่เป็ นลายลักษณ์อักษรหรือ หลักฐานทางกายภาพ

จากคําจํากัดความ “หลักฐาน” คือประเภทต่างๆ ของข้อพิสูจน์หรือการสืบสวน เหตุการณ์ ซึ่งได้มีการนําเสนอตามกฎหมายในการพิจารณาคดี โดย the act of the parties และผ่านสื่อของหลักฐาน ได้แก่ บันทึก เอกสาร สิ่งของ และอื่นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ของการโน้ม น้าวความเชื่อของศาลและลูกขุนเกี่ยวกับข้อโต้แย้งของบุคคลเหล่านั้น หากกล่าวอย่างสั้นๆ หลักฐานคือสิ่งซึ่งเสนอในศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงหรือเท็จของข้ อเท็จจริงในเหตุการณ์ ในตอนนี้จะกล่าวถึงกฎของหลักฐานแต่ละข้อที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนอาชญากรรมทาง คอมพิวเตอร์ 

 Chain of Custody 

 เมื่อได้ยึดหลักฐานมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเก็บดูแลรักษาหลักฐานนั้น เพื่อให้หลักฐานไม่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยมิชอบ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด โดย Chain of Custody จะแสดงถึง 

  • ใครเป็นผู้ได้รับหลักฐาน 
  • หลักฐานเป็นอะไรบ้าง 
  • ได้รับหลักฐานที่ไหนและเมื่อไหร่ 
  • ใครเป็นผู้รักษาความปลอดภัยหลักฐาน 
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมกระบวนการเก็บหลักฐาน

วงจรชีวิตของหลักฐาน 

 วงจรชีวิตของหลักฐานเริ่มขึ้นตั้งแต่การค้นหาและเก็บหลักฐาน ไปจนถึงการ คืนหลักฐานให้แก่เจ้าของหรือผู้เสียหาย วงจรชีวิตมีดังนี้

 1. การเก็บและตรวจสอบหลักฐาน

 2. การวิเคราะห์ 

 3. การเก็บรักษาและขนย้าย 

 4. การใช้ในศาล 

 5. การคืนให้แก่เจ้าของ

1 การเก็บและตรวจสอบหลักฐาน 

ขณะได้ รับหรือเก็บหลักฐาน ต้องเขียนกํากับข้ อมูลของหลักฐานไว้ ที่ หลักฐานอย่างถูกวิธี (ซึ่งจะอธิบายต่อไปด้านล่าง) จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ของ หลักฐานลงในสมุดจดบันทึก เช่น ลักษณะของหลักฐาน เจ้าของหลักฐาน ผู้พบ หลักฐาน วัน เวลา สถานที่ที่พบหลักฐาน รุ่น model สถานที่ผลิต serial number และที่สําคัญที่สุดคือลักษณะการเสียหายของหลักฐาน เป็นต้น

การเขียน/ทําเครื่องหมายกํากับหลักฐาน ทําได้ดังนี้

  • เขียนลงที่ตัวหลักฐาน หากไม่เป็ นการทําให้หลักฐานเกิดความ เสียหาย โดยเขียน วัน หมายเลขคดี และลงชื่อผู้ เก็บหลักฐาน จากนั้นให้เก็บหลักฐานลงในกล่องหรือถุงที่ปิ ดได้มิดชิด และเขียน กํากับที่กล่องหรือถุงเหมือนกับที่เขียนลงที่หลักฐาน 
  • กรณีที่ไม่สามารถเขียนลงที่ตัวหลักฐานได้ ให้เก็บหลักฐานลงใน กล่องหรือถุงที่ปิดได้มิดชิด และเขียนกํากับถึง วัน หมายเลขคดี และลงชื่อผู้เก็บหลักฐาน ที่กล่องหรือถุงแทน
  • กล่องหรือถุงต้องติดเทปกาวเฉพาะให้เรียบร้อย และลงชื่อทับส่วนที่ เป็ นเทปต่อเนื่องมายังบนตัวกล่องหรือถุง เพื่อให้สามารถตรวจสอบ ได้ว่ากล่องหรือถุงถูกเปิ ดหรือไม่
  •  ในการเขียนกับกับที่ตัวหลักฐาน และการบรรจุลงกล่องหรือถุง จะต้องทําอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อ หลักฐาน 


2 การวิเคราะห์

ในขั้นตอนนี้จะเป็ นการวิเคราะห์หลักฐาน ซึ่งต้องมีการใช้เครื่องมือและ โปรแกรมที่ได้รับความน่าเชื่อถือ หรือได้รับการรับรองในชั้นศาล เช่น Encase เป็นต้น ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาค่อนข้างมาก ผลลัพท์ที่ได้จากขั้นตอนนี้จะใช้เป็ นส่วนสําคัญ ขณะขึ้นศาล 

3. การเก็บรักษาและขนย้าย 

หลักฐานทั้งหมดจะต้องถูกห่อและจัดเก็บอย่างดีในภาชนะบรรจุที่มิดชิด ป้ องกันการปนเปื อน ความร้ อน ความเย็นจัด ความชื้น นํ้า สนามแม่เหล็ก การ สั่นสะเทือน หรือสภาพแวดล้อมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลักฐานได้ เพื่อให้หลักฐานคงอยู่ในรูปแบบเดิมมากที่สุดขณะที่ขึ้้นในชั้นศาล และคืนกลับยัง เจ้าของ

ยกตัวอย่างเช่น hard disk ควรถูกบรรจุในถุงซิบที่ปิดสนิท ปราศจากไฟฟ้า สถิต บรรจุลงในกล่องกระดาษของ hard disk แล้วบรรจุลงในกล่องโฟม และปิดเทป ที่กล่องให้เรียบร้อย และเขียนระบุเตือนไม่ให้นําเข้าบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กรบกวน จากนั้นจึงขนส่งหลักฐานไปเก็บในสถานที่ที่อนญาตเฉพาะบุคคลที่มีสิทธิในการ เข้าถึงเท่านั้น หากหลักฐานมีขนาดใหญ่มากจนไม่สามารถขนย้ายมาก การวิเคราะห์ จะต้องดําเนินการที่บริเวณนั้นแทน 

4. การใช้ในศาล 

หลักฐานที่ต้องนํามาใช้ในศาลต้องได้รับการขนส่ง และดูแลอย่างดีตาม มาตรฐาน Chain of Custody จนกว่าจะสิ้นสุดในชั้นศาล และพร้ อมที่จะส่งกลับคืนเจ้าของ 

5. การคืนให้แก่เจ้าของ การคืนหลักฐานสู่เจ้าของจะต้องดําเนินตามคําตัดสินของศาล 

สิ่งที่จําเป็นในการทํา Computer Forensics 

 อุปกรณ์ที่จําเป็นต้องมีในการทํา Computer Forensics อย่างน้อยมีดังนี้

เครื่องคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เรียกว่า F.R.E.D หรือเป็น server ธรรมดาซักตัวนึงก็ได้ใช้ในการลงโปรแกรมที่ใช้พิสูจน์หลักฐาน 

• อุปกรณ์ที่ใช้ในการคัดลอกข้อมูลจากสื่อบันทึกข้อมูลเก็บหลักฐานอยู่ เช่น harddisk, thumb drive, CD, Floppy disk, SD card เป็ นต้น 

• โปรแกรมที่ใช้ในการพิสูจน์หลักฐาน เช่น Encase หรือ FTK (Forensic Tool Kit) 

• สื่อบันทึกข้อมูล เช่น Harddisk เปล่า ที่จะใช้ในการคัดลอกข้อมูลแบบ bit by bit จาก Harddisk ต้นฉบับที่มีหลักฐานอยู่

บทสรุป บทนี้กล่าวถึงกระบวนการสําคัญต่างๆ ที่ใช้ในการทํา computer forensics ได้แก่ Chain of Custody และวงจรชีวิตของหลักฐาน ซึ่งช่วยให้สามารถทําการพิสูจน์หลักฐานได้ ถูกต้องตามมาตรฐาน สามารถนําหลักฐานทางคอมพิวเตอร์เหล่านี้ขึ้นใช้ในชั้นศาลได้ 

อ่านเพิ่ม Chain of Custody

                

            Computer Forensics Tools

         

            การตรวจค้นและยึดพยานหลักฐานดิจิทัล


ที่มา: เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ ระดับที่ 3  (ICT), หน้า 294 ;2553

         muit.mahidol.ac.th

         โครงการเสริมศักยภาพบุคลากร ICT


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ


#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD

Thursday, December 9, 2010

Digital Forensics:แบบฟอร์มการเก็บรักษาพยานหลักฐาน

 Digital Forensics:แบบฟอร์มการเก็บรักษาพยานหลักฐาน

  • รายการหลักฐานคอมพิวเตอร์อื่นที่ตรวจพบ

  • แบบฟอร์มหล้กฐานทางคอมพิวเตอร์
  • แบบฟอร์มหลักฐานฮาร์ดดิสก์

  • แบบฟอร์มหลักฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • แบบฟอร์มหลักฐานสื่อจัดเก็บข้อมูลแบบพกพา
  • แบบฟอร์มการเก็บรักษาพยานหลักฐาน

Digital Forensics Service Request Form


Reference:
มาตรฐานการปฏิบัติงานสาหรับการรวบรวมพยานหลักฐานและแนวทางการตรวจพิสูจน์หลักฐานคอมพิวเตอร์ สาหรับกองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  ณัฐพงษ์ ลิ้มแดงสกุล :2553


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS

#DIGITALFORENSICS #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD #ห่วงโซ่การคุ้มครองพยานหลักฐาน


Essential Linux Commands for Log Analysis

Essential Linux Commands for Log Analysis Prepare Sample SSH Log Files Log download    the log files contain relevant SSH events, including ...