Saturday, March 29, 2014

Digital Forensics: Casey's Certainty Scale และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์

Digital Forensics: Casey's Certainty Scale และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์


ในคำพิพากษายกฟ้องคดีนายสุรภักดิ์ ศาลอุทธรณ์ได้พูดถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ โดยระบุว่าการสร้างหรือได้มา เส้นทางการเก็บรักษา และความครบถ้วน ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น

ในทางนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มีเกณฑ์ในการวัดระดับความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์อยู่เกณฑ์หนึ่ง เรียกว่า Casey's Certainty Scale ตามชื่อของนาย Eoghan Casey นักนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่คิดเกณฑ์การวัดระดับนี้ขึ้น

ระดับความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์อยู่เกณฑ

ระดับความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์

 สเกลดังกล่าว มีทั้งหมด 7 ขั้น ไล่จากต่ำสุด C0 ไปหาสูงสุด C6 เลขยิ่งน้อย หมายถึงความน่าเชื่อถือที่ยิ่งต่ำ

ผู้เขียนระบุว่า C6 นั้นเป็นระดับความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด ที่ "หลักฐานทั้งหมดถูกป้องกันจากการแก้ไขและไม่มีข้อสงสัยใดๆ" ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติ ระดับ C5 คือความน่าเชื่อถือสูงสุดที่เป็นไปได้ในขณะนี้

พยานหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ในคดีของสุรภักดิ์นั้น หากลองจัดระดับ อาจจะพูดได้ว่า ตัวหลักฐานพยานจากเครื่องโน๊ตบุ๊กนั้น อยู่ในระดับ C0 ถึง C1 เนื่องจากพบว่ามีการเปิดใช้งานโน๊ตบุ๊กหลังจากที่จำเลยถูกจับกุมและเจ้าหน้าที่ได้ยึดโน๊ตบุ๊กไปแล้ว ทำให้สงสัยได้ว่าอาจมีการแก้ไขข้อมูลในเครื่อง

(ตารางนี้ตัดมาจากเอกสารอบรมทนายสิทธิมนุษยชน ที่ iLaw เครือข่ายพลเมืองเน็ต และเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อปี 2012 โดยการสนับสนุนของมูลนิธิไฮน์ริคเบิลล์ สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)



ที่มา:

Thai Netizen มูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง (เครือข่ายพลเมืองเน็ต)

 

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud #พยานหลักฐานดิจิทัล

Saturday, March 15, 2014

DIGITAL FORENSICS:Naming Case Files & Folder

DIGITAL FORENSICS:Naming Case Files & Folder

  Download

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

Thursday, March 6, 2014

Digital Forensics & Legal Considerations

Digital Forensics & Legal Considerations

Update July 2025.

Digital Forensics ไม่ใช่แค่การกู้ข้อมูล แต่คือ กระบวนการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ในชั้นศาล ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งในคดีอาญา แพ่ง วินัย หรือการละเมิดลิขสิทธิ์

การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อให้หลักฐานนั้น "น่าเชื่อถือ" และ "ไม่ถูกโต้แย้งในชั้นศาล"


🔎 1. National Legislation (กฎหมายระดับประเทศ)

✳️ ความสำคัญ:

กฎหมายภายในประเทศคือฐานของการดำเนินคดี การเข้าถึง ตรวจสอบ หรือยึดอุปกรณ์ดิจิทัลต้องอ้างอิงกฎหมายเหล่านี้ เช่น กฎหมายอาญา, กฎหมายพยานหลักฐาน, กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

🧑‍⚖️ ตัวอย่างไทย:


🔐 2. Industry-Specific Legislation & Employment Laws

✳️ ความสำคัญ:

การสอบสวนภายในบริษัท โดยเฉพาะในภาคการเงิน, สุขภาพ หรือการจ้างงาน ต้องอิงกฎหมายเฉพาะ เช่น พ.ร.บ.แรงงาน, พ.ร.บ.สถาบันการเงิน, หรือระเบียบ ก.ล.ต.

🧑‍⚖️ ตัวอย่าง:


3. Cybersecurity Act (พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562)

✳️ ความสำคัญ:

ให้อำนาจหน่วยงานรัฐเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CI) หากมีภัยคุกคาม

🧑‍⚖️ ตัวอย่าง:

  • หากพบ Malware หรือ Ransomware บนระบบของหน่วยงาน CII เจ้าหน้าที่สามารถสั่งกู้ดิสก์หรือดึง Log เพื่อตรวจสอบได้

  • อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่: ในการทำ  Digital Forensics 

  • พ.ร.บ. กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบและสืบสวนหาข้อเท็จจริงในกรณีที่เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องความมั่นคงของรัฐและผลประโยชน์ของประชาชน 

💻 4. Computer Crime Act B.E. 2550 (แก้ไข 2560)

✳️ ความสำคัญ:

เป็นกฎหมายแม่บทในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เช่น การแฮ็ก, การปลอมแปลง, การละเมิดสิทธิ

 ตัวอย่างมาตราที่เกี่ยวข้อง:

  • เจ้าหน้าที่ต้องมี "หมายศาล" ก่อนเข้าตรวจระบบคอมพิวเตอร์

  • มาตรา 18: การเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลเพื่อตรวจสอบต้องได้รับอนุญาตจากศาล

❗ หลักฐานที่ได้โดยไม่มีหมายศาล อาจถูกตีตกในชั้นศาล

หมายศาล" ก่อนเข้าตรวจระบบคอมพิวเตอร์

Photo credit : iLaw การค้นทั่วไปต้องมีหมายศาล



🌐 5. International Legislation

✳️ ความสำคัญ:

การสืบสวนข้ามประเทศ เช่น การหลอกลวงออนไลน์, การฟอกเงิน, หรือการใช้ Cloud ต่างประเทศ ต้องเข้าใจข้อจำกัดของเขตอำนาจศาล และใช้อนุสัญญานานาชาติ

ตัวอย่าง:

  • Mutual Legal Assistance (MLAT) 
    กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความร่วมมือทางอาญาระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ประเทศที่มีความตกลงหรือมีสนธิสัญญาความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (Mutual Legal Assistance Treaty-MLAT) กับไทย 15 ประเทศ

Digital Forensics & Legal Considerations
Photo credit:กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ MLAT

  • หากข้อมูลอยู่บน Server ในอเมริกา ต้องใช้ช่องทางผ่าน INTERPOL หรือสนธิสัญญาความร่วมมือ


6. Data Protection Laws (PDPA, GDPR)

✳️ ความสำคัญ:

Digital Forensics ต้องไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคล โดยเฉพาะเมื่อมีการเก็บ log, email หรือภาพกล้องวงจรปิด

ตัวอย่างไทย:

  • PDPA มาตรา 22–28: การเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูลต้องได้รับ "ความยินยอม"

  • Photo credit:ทนายใกล้ตัว 10 เรื่องที่ประชนต้องรู้เกี่ยวกับ PDPA
  • การดึงข้อมูลพนักงานมาตรวจสอบ ต้องมี “นโยบายภายในที่ชัดเจน” และขอ consent หากไม่อยู่ในระเบียบงาน


📌 7. ตัวอย่างเคส Digital Forensics ที่เชื่อมโยงกฎหมายไทย

🎯 เคส 1: พนักงานลอบโหลดข้อมูลลูกค้าออกจากระบบ

🎯 เคส 2: เว็บไซต์ปลอมแอบอ้างธนาคาร (Phishing) ผู้ใช้ได้รับอีเมลปลอมแอบอ้างเป็นธนาคาร พร้อมลิงก์ไปเว็บไซต์ปลอม

  • ตรวจพบโดยผู้ใช้งาน ส่ง URL ให้กับทีม Forensics

  • สืบ IP, Hosting และขอข้อมูลจากผู้ให้บริการโดเมน (ใช้ร่วมกับ CERT)

  • ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  มาตรา 8  ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  • พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดดังนี้ (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

  •  ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานฉ้อโกง มาตรา 341,344

🎯 เคส 3กรณี ฟิชชิ่ง (Phishing) รหัสผ่าน (Password) บัญชีอินสตาแกรม

🎯 เคส 4 : โดนโจมตีเว็บไซต์ล่ม (DDos) ( มาตรา 10 )

  • ตัวอย่าง : การโจมตีแบบ DDoS ทำให้เว็บไซต์ล่ม, การใช้มัลแวร์ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง
  • โทษปรับ : ไม่เกิน 100,000 บาท
  • โทษจำคุก : ไม่เกิน 5 ปี

สรุป: เหตุใด Digital Forensics ต้องยึดกฎหมาย

  1. เพื่อให้ หลักฐานสามารถใช้ในศาลได้

  2. เพื่อไม่ให้ ละเมิดสิทธิบุคคลหรือองค์กร

  3. เพื่อให้การดำเนินคดี มีความชอบด้วยกฎหมายและไม่ถูกโต้แย้ง



อ่านเพิ่มเติม

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD

Tuesday, January 21, 2014

Digital Forensics: เวลา UTC คือ

Digital Forensics: เวลา UTC คือ

เวลา UTC คือ

เวลาสากลเชิงพิกัด (อังกฤษ: Coordinated Universal Time; ตัวย่อ: UTC) คือ หน่วยเวลาที่ใช้ในการอ้างอิงการหมุนของโลก โดยใช้เครื่องบวก (+) หรือลบ (-) เทียบจากหน่วยเวลาสากลซึ่งเป็นระบบอ้างอิงจากเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) 

GMT ย่อมาจาก

Greenwich mean time หรือเวลามาตรฐานกรีนิช ซึ่งจุดเริ่มต้นอยู่ทีเมืองกรีนิชประเทศอังกฤษ

ตัวอย่าง โปรแกรม Registry Viewer

เปิดไฟล์ Software โดยโปรแกรม Registry Viewer  พบว่าค่า วัน windows install date  = 5077BBE7


OS Install Date (UTC)   Fri, 12 October 2012 06:42:47   ค่าเวลามาตราฐาน กรีนิช ลอนดอน สหราชอาณาจักร คือเวลาที่ 0  (Universal Time Coordinated) หรือ UTC 0

OS Install Date (Local) Fri, 12 October 2012 13:42:47    ค่าเวลาประเทศไทย   (UTC +7)

ใช้โปรแกรม DCode Format  Unix:32 bit Hex Value- Hexadecimal (Big-Endian) พบว่าค่าจาก registry windows install date  = 5077BBE7

ได้ผลลัพถ์ คือ Fri, 12 October 2012 13:42:47 +0700


Credit:

  wikipedia.org/wiki/เวลาสากลเชิงพิกัด


#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD #วิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ,ช่วยเตือนความจำขณะเรียนและเพื่อการศึกษาเท่านั้น  

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

Saturday, December 28, 2013

DIGITAL FORENSICS:Flash Drive จับโจร

DIGITAL FORENSICS:Flash Drive จับโจร

ฉายแวว [by Mahidol] ซีรีย์ งานวิจัยนักศึกษา : Flash Drive จับโจร

 เมื่อโจรใช้เทคโนโลยีในการทำความผิด ตำรวจก็ต้องอัพเดท "เครื่องมือ" เพื่อจับโจรไฮเทค นักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล มิ้ง - นฤนาถ ลาภปริสุทธิ์ และ โบ - เกศินี แดงคง ได้คิดค้นเครื่องมือเพื่อช่วยตำรวจจับโจรไฮเทค นั่นคือ Flash Drive ที่สามารถคัดลอก "ข้อมูลสำคัญแต่ยากในการเข้าถึง" จากคอมพิวเตอร์ต้องสงสัย เพื่อค้นหาหลักฐานในการทำความผิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานด้านนิติวิทยาดิจิทัล (Digital Forensic Science) เราเคยชินกับคำว่านิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Science) กันมานานแล้ว ตอนนี้แพร พิมพ์ลดา จะพาไปรู้จักกับ "นิติวิทยาดิจิทัล" ผ่านผลงานของนักศึกษาที่ผลิต "Flash Drive จับโจร"

 

อ่านเพิ่มเติม "นิติวิทยาดิจิทัล"

 

 

ที่มา:


Mahidol Channel มหิดล แชนแนล
https://channel.mahidol.ac.th

 

หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud #Digital Forensic มหิดล

Thursday, December 26, 2013

Digital Forensics:Forensic Imaging with DD command

Forensic Imaging with DD command

Using the DD (Dataset Definition) command is a foundational skill in digital forensics for creating Bit-stream Images. This process ensures that every single bit—including deleted files and unallocated space—is captured for analysis.

Step 1: Identify the Source and Destination

Before running any commands, you must identify the correct drive identifiers to avoid the "Data Destroyer" accidental overwrite.

1.List all block devices:

lsblk

Forensic Imaging with DD command

2.Verify drive details (Size, Model):




Source: /dev/sdb (The suspect's drive)
Destination: /dev/sda (Your forensic workstation's storage)

Step 2: Prevent Data Overwriting (Write-Blocking)

ISO/IEC 27037

Option A: Hardware Write-Blocker (Recommended)

Use a physical hardware write-blocker (like Tableau or WiebeTech) between the suspect drive and your workstation. This is the gold standard in forensics.

Photo by Gemini (Last update March 2026)

Option B: Software Write-Block (Forensics Mode) 

Step 3: Execute the Forensic Image (dd)

sudo dd if=/dev/sdb of=/evidence/suspect_drive.dd bs=4K  conv=noerror,sync

Forensic Imaging with DD command

Command Breakdown:

  • if=/dev/sdb: Input File (The source evidence).

  • of=...: Output File (The destination image file).

  • bs=4K: Block Size. 4KB is generally efficient for modern drives.

  • conv=noerror,sync:

    • noerror: Instructs dd to continue if it hits a bad sector (crucial for damaged drives).

    • sync: Pads any bad sectors with zeros to keep the image size identical to the source.

    • Forensic Imaging with DD command

Step 4: Integrity Verification (Hashing)

Per RFC 3227, you must prove that the copy is identical to the original. We use cryptographic hashes (SHA-256) to create a "digital fingerprint."

  1. Hash the Source Disk:

sudo sha256sum /dev/sdb > source_CF005.txt

Forensic Imaging with DD command

    2.Hash the Forensic Image:


sha256sum suspect_drive.dd > image_CF005.txt
Forensic Imaging with DD command

Compare: If the strings in both .txt files match, your evidence is verified and admissible.

Summary of Standards Reference

  • ISO/IEC 27037: Focuses on the "Digital Evidence First Responder" role—emphasizing write-protection and identification.

  • NIST SP 800-86: Provides the technical framework for the "Collection" phase—ensuring the data is captured as a complete bit-stream.


dd – Linux Command คำสั่ง backup ข้อมูลใน harddisk ในทาง digital forensics ใช้คำสั่ง DD ในการทำสำเนาหลักฐาน Forensic Imaging

 คำสั่ง

dd if=<source file name> of=<target file name> [Options]
  • if=<source> – กำหนดตำแหน่ง directory ต้นทางที่ต้องการ Forensic Image ข้อมูล โดย “if” คือ input-file
  • of=<destination> –กำหนดตำแหน่ง file ปลายทางที่ต้องการ  Image file ทำการเขียนข้อมูลลงไป โดย “of” คือ output-file
1. ทำการ clone hardisk จากลูกหนึ่งไปอีกลูกหนึ่ง
dd if=/dev/sda of=/dev/sdb

2. ทำการ backup partition ที่ต้องการ ไปยัง file ที่กำหนด
dd if =/dev/sda2 of=~/hdadisk.img

3. ทำการ restore จาก Image file
dd if=hdadisk.img of=/dev/sdb3
4.  คำสั่งลบข้อมูล (WIPE Disk) บน Harddisk
dd if=/dev/zero of=/dev/hda bs=4K conv=noerror,sync 
5.  Hash > Hashing the evidence for integrity checking
sha1sum /dev/hda | tee ForensicImage_sha1.txt 
md5sum /dev/hda | tee ForensicImage_md5.txt

6. example 
dd if=/dev/hda bs=4K conv=sync,noerror | tee ForensicImage.img | md5sum > ForensicImage.md5
 เมื่อทำ ForensicImage แล้ว ควรทำการ hash ไฟล์ข้อมูลทุกครั้งด้วย md5 หรือ SHA-1  


DD command

ที่มา:

saixiii

www.forensicswiki

howtoforge

packtpub


หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud

 

Wednesday, December 25, 2013

Digital Forensics: Cybercrime

Digital Forensics:อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ คือ

ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน มีการนำเทคโนโลยีและการสื่อสารต่าง ๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรวมทั้งมีแนวโน้มที่บุคคลต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นภัยต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
อาชญากรรม(ทาง)คอมพิวเตอร์ หรือ อาชญากรรมไซเบอร์ หมายถึงอาชญากรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ [1] อาชญากรรม(บน)อินเทอร์เน็ต ก็เป็นอีกคำหนึ่งซึ่งหมายถึงการแสวงหาผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมายบนอินเทอร์เน็ต [2] คอมพิวเตอร์นั้นอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม หรืออาจตกเป็นเป้าหมายของการกระทำก็ได้ [3] Dr. Debarati Halder และ Dr. K. Jaishankar ได้นิยามอาชญากรรมไซเบอร์ไว้ว่าเป็น "ความผิดที่กระทำขึ้นต่อปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มของปัจเจกบุคคล ด้วยเหตุจูงใจทางอาญา ที่เจตนาทำให้เหยื่อเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือทำร้ายร่างกายหรือจิตใจของเหยื่อ โดยทางตรงหรือทางอ้อม โดยใช้เครือข่ายโทรคมนาคมสมัยใหม่ อาทิ อินเทอร์เน็ต (ห้องแช็ต อีเมล กระดานประกาศ และกลุ่มข่าว) และโทรศัพท์เคลื่อนที่ (เอสเอ็มเอส/เอ็มเอ็มเอส)" [4] อาชญากรรมเช่นนั้นอาจคุกคามความมั่นคงและสภาวะทางการคลังของรัฐ [5] ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมชนิดนี้ได้กลายมาเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเจาะระบบเครือข่าย การละเมิดลิขสิทธิ์ สื่อลามกอนาจารเด็ก และการล่อลวงเด็ก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อสารสนเทศที่เป็นความลับถูกสกัดกั้นหรือถูกเปิดเผย โดยทางกฎหมายหรือไม่ก็ตาม  
ทีมา: th.wikipedia

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Crime)

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ หมายถึง     การกระทำผิดทางอาญาในระบบคอมพิวเตอร์ หรือการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อกระทำผิดทางอาญา เช่น ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือขโมยข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น   ระบบคอมพิวเตอร์ในที่นี้ หมายรวมถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เชื่อมกับระบบดังกล่าวด้วยสำหรับอาชญากรรมในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (เช่น อินเทอร์เน็ต) อาจเรียกได้อีกอย่างหนึ่งคือ
อาชญากรรมไซเบอร์ (อังกฤษ: Cybercrime) อาชญากรที่ก่ออาชญากรรมประเภทนี้ มักถูกเรียกว่า แครกเกอร์

       1.การกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ อันทำให้เหยื่อได้รับความเสียหาย และผู้กระทำได้รับผลประโยชน์ตอบแทน
2.การกระทำผิดกฎหมายใด ๆ ซึ่งใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือและในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่เพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต้องใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีเช่นเดียวกันการประกอบอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อเศรษฐกิจของประเทศจำนวนมหาศาล อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ จึงจัดเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ อาชญากรรมทางธุรกิจรูปแบบ หนึ่งที่มีความสำคัญ
ทีมา: dek-d



ฉ้อโกงออนไลน์

ฉ้อโกงออนไลน์ แจ้งความที่ไหน
ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
ค้ามนุษย์
ROMANCE SCAM

พนันออนไลน์
ที่มา:
tactics

อาชญากรรม 8 ประเภท ที่พบบ่อยบนอินเทอร์เน็ต

อาชญากรรม  ที่พบบ่อยบนอินเทอร์เน็ต

1. การเงิน – อาชญากรรมที่ขัดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการทำธุรกรรม อี-คอมเมิร์ซ
2. การละเมิดลิขสิทธิ์ – การคัดลอกผลงานที่มีลิขสิทธิ์ รวมถึง การละเมิดลิขสิทธิ์ ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเท
อร์เน็ตเพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์
3. การเจาะระบบ – การให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. การก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ – การเจาะระบบ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัว
5. ภาพอนาจารทางออนไลน์ – การประมวลผลหรือการเผยแพร่ภาพอนาจารเด็กถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
และการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารในรูปแบบใดๆ แก่เยาวชนถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
6. ภายในโรงเรียน – ถึงแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นแหล่งทรัพยากรสำหรับการศึกษาและสันทนาการ แต่เยาวชน
จำเป็นต้องได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานเครื่องมืออย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ
7. การหลอกค้าขายลงทุนผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น การประกาศโฆษณา การชักชวนให้เข้าร่วมลงทุน
8. การแทรกแซงข้อมูลโดยมิชอบ โดยการนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นประโยชน์ต่อตน
หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น

ที่มา

tcsd

* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ

#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics  #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud 

Volatility Lab

Volatility Lab  Image Wanna.vmem P.73 windows.info #python3  vol.py   -f '/home/kali/Desktop/Wanna/Wanna-MEM.vmem' windows.info     ...