แสวงบุญอินเดีย-เนปาล Bodh Gaya India
ตามรอยพระพุทธเจ้าจากอินเดียถึงเนปาล ณ สังเวชนียสถาน
สังเวชนียสถาน (อ่านว่า สังเวชะนียะ-) แปลว่า สถานที่อันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช เป็นคำที่ใช้เรียกสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ
“สังเวชนียสถาน” พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอันเนื่องกับเหตุการณ์ที่สำคัญ ๆ ในชีวิตของพระพุทธเจ้า ได้แก่ ที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่ใช้แสดงปฐมเทศนา และที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้พุทธศาสนิกชนไปนมัสการเพื่อจะได้เกิดความสังเวช คือ รู้สึกสลดใจและระลึกถึงว่าแม้แต่พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระมหากรุณาต่อชาวโลก และได้เสด็จออกประกาศพระศาสนาเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกก็ยังหนีความตายไม่พ้น เป็นการเตือนสติพุทธศาสนิกชนไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท เพื่อจะได้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเอง และต่อชาวโลกต่อไป
วันที่ 15-2-2025
หลวงพ่อเมตตาเล่าพุทธประวัติเกี่ยวสถานที่นี้
กัมมาสธัมมะนิคม (Asokan Rock Edict) ตั้งอยู่ในเขตไกรลาศตะวันออก กรุงนิวเดลี เป็นสถานที่ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จฯมา เพื่อทรงแสดงธรรมมหาสติปัฏฐานสูตร ในนครอินทรปัตถ์ให้แก่ชาวกุรุ ณ เมืองที่เรียกว่า “กัมมาสธัมมะนิคม” ตรงจุดที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเทศนา ปัจจุบันเป็นกองหินสีแดงขนาดย่อม และมีแผ่นหินก้อนหนึ่งบริเวณยอกกองหินซึ่งมีข้อความจารึกด้วยอักษรพราหมมี เชื่อกันว่าพระเจ้าอโศกเป็นผู้จารึกไว้เพื่อแสดงเป็นหลักฐานให้ทราบว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าได้แสดงพระสูตรดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นพระสูตรที่สูงสุดในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ กัมมาสธัมมะนิคมเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในเดลีที่พุทธศาสนิกชนแวะไปสักการะ
กัมมาสธัมมะนิคมอยู่ในความดูแลของกองโบราณคดี กระทรวงวัฒนธรรมอินเดีย ซึ่งได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นอนุสรณ์สถานที่มีความสำคัญในระดับชาติ ปัจจุบัน กองโบราณคดีได้สร้างรั้วเหล็กล้อมรอบกองหินไว้เพื่อเป็นการอนุรักษ์
ข้อมูลจาก : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี Royal Thai Embassy
กองหินสีแดง
(Asokan Rock Edict) สถานที่นี้เมื่อเราเข้าไปพบพระอินเดียและพุทธศานิกชนชาวอินเดียกำลังสวดมนต์
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
สักการะสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงสติปัฏฐานสี่ แก่ชาวแคว้นกุรุ ณ เมืองอัครา เชิงเขาไกรลาส
วันที่2 16-2-2025
บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้สร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
ห้องเก็บทรัพย์สมบัติของอนาถบิณฑิกเศรษฐี
พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้กรุงสาวัตถี
ทักษิณา กราบสักการะ คันธกุฎี ณ วัดเชตวันมหาวิหาร ที่จำพรรษาของพระพุทธเจ้า
กราบสักการะพระสีวลี
กราบสักการะบูชาพระสีวลี เอตทัคคะในทางผู้มีลาภมาก
คณะแสวงบุญสัมฤทธิผลทำประทักษิณาและห่มผ้าที่ต้นอานนทโพธิ์ สมัยพุทธกาล
ต้นอานันทโพธิ์” ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี เป็นต้นดั้งเดิม โดยเป็นต้นโพธิ์ที่ได้ปลูกเป็นต้นแรกในสมัยพุทธกาล ที่ประตูหน้าวัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ชมพูทวีป .
โดยพระอานนท์เป็นผู้ดำเนินการตามความปรารภของอนาถบิณฑิกเศรษฐี
จึงเรียกชื่อว่า อานันทโพธิ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นโพธิ์ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก
หลวงพ่อเมตตาแสดงธรรมและเล่าพุทธประวัติ ตอน พระพุทธเจ้าทำยมกปาฏิหาริย์ ปราบเดียรถีย์
สาวัตถี”สถานที่พระพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริย์สำคัญ
กราบสักการะและทำสมาธิ สถานที่พระพุทธเจ้าทำยมกปาฏิหาริย์ ปราบเดียรถีย์
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
สถานที่พระพุทธเจ้าทำยมกปาฏิหาริย์ ปราบเดียรถีย์ ณ สาวัตถี
วันที่ 3 เนปาล 17-2-2025
ทักษิณาสถานที่ ประสูตร ณ ลุมพินี (Lumbini) เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ
คณะแสวงบุญสัมฤทธิผลทำประทักษิณาสถานที่ ประสูตร ณ ลุมพินี
ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ในประเทศเนปาล
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล
เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมี
หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
กบิลพัสดุ์ ในประเทศเนปาล
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
ณ กรุงกบิลพัสดุ์ สิ่งที่ทรงพบเห็นเรียกว่า "เทวทูต (ทูตสวรรค์)" จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวชในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรงม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
กบิลพัสดุ์ ในประเทศเนปาล
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
หลวงพ่อเมตตาเล่าพุทธประวัติ ตอน เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช
เจ้าชายสิทธัตถะทรงม้ากัณฐกะ เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อทรงบรรพชา ในราตรีกาลวันเพ็ญแห่งอาสาฬมาส คือในปีที่พระองค์มีพระชนมายุ 29 พรรษา ภายหลังจากที่พระองค์ได้เสด็จประพาสอุทยาน และได้ทอดพระเนตรเห็นทูตทั้งสี่ คือคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ แล้วเสด็จกลับพระราชวัง ได้ทรงสดับข่าวการประสูติพระโอรส ทรงเปล่งอุทานว่า ราหุโล ซึ่งแปลว่า ห่วง คล้อง แล้ว
กบิลพัสดุ์ (Kapilavastu) เป็นชื่อเมืองหลวงของแคว้นสักกะ เป็นเมืองของพระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นปกครอง ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนตอนเหนือประเทศอินเดีย
ข้อมูลจากการขุดค้น
บริเวณกำแพง ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศเนปาล
ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัม พุทธเจ้า
วันที่ 4 18-2-2025
เดินทางไปยังเมืองกุสินารา สถานที่ “ปรินิพพาน” ใต้ต้นสาละคู่ ณ กุสินาราจัดเป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 4 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
กุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธองค์
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
เดินเวียนประทักษิณเป็นพุทธบูชา ณ สถานที่ปรินิพพาน
ถวายผ้าห่มพระพุทธเจ้าปางปรินิพพาน เมืองกุสินารา
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
สถานที่ปรินิพพาน ปัจจุบันมีการสร้างรูปพระพุทธองค์จำลองไว้
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
นักแสวงบุญเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อเข้ากราบที่ปรินิพพาน
เหตุที่มา ปริพพานเมืองกุสินารา
๒. เพื่อโปรดสาวกองค์สุดท้ายคือ สุภัททะปริพาชก
๓. เพื่อมิให้เกิดภัยสงครามจากการแย่งพระบรมสารีริกธาตุ
มหาปรินิพพานสถูป
ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานระหว่าง สาละ ๒ ต้น พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างครอบสถานที่ปรินิพพาน จริงเรียกว่า มหาปรินิพพานสถูป
ทักษิณา กุสินาราดินแดนปรินิพพาน ได้รับดอกบัวจากพระอินเดียให้มาบูชา ก่อนออกได้เดินย้อนกลับไปถวายปัจจัยกับพระอินเดียแบพทำบุญสถานที่
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
แท่นวางสรีระสังขารก่อนถวายพระเพลิง
ในอินเดียสามารถพบนกกระเรียนได้ทั่วไป
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
วันที่5 19-2-2025
กราบเกสริยาสถูป สถานที่ก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน
ทักษิณา เสาหินอโศก @ ไวสาลีศถูป สถานที่ปลงสังขาร สถานที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ
ทักษิณา พระบรมสารีริกธาตุ @ ปาวาลเจดีย์
Ramabhar stupa
ออกจากวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์เราก็ออกเดินทางต่อไปยัง "สถูปรามาภาร์" (Ramabhar Stupa) หรือที่ตามเว็บเที่ยวอินเดียของคนไทยชอบเรียกกันว่า มกุฏพันธนเจดีย์ (Makutabandhana Chaitya)
1.ณ ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
สถานที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระ
เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จปรินิพพานไปแล้ว 7 วัน มัลละกษัตริย์แห่งเมืองกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ แห่งเมืองกุสินารา เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมี
สถูปรามาภาร์ ณ เมืองกุสินารา
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
คณะสัมฤทธิผล เดินเวียนประทักษิณาถวายผ้าห่มสถูปรามาภาร์ ณ เมืองกุสินารา ถวายผ้าห่ม สถูปรามาภาร์ ณ เมืองกุสินารา
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
ต่อมาพระเจ้าอโศกมหาราชจึงทรงสั่งให้สร้างพระสถูปครอบบริเวณนั้นลง แต่สมัยต่อมาเมืองกุสิรานาถูกรุนรานและพระสถูปองค์นี้ถูกทำลายลงเหลือเพียงแต่ซากปรักหักพัง
เราเดินทางต่อไปสัการะเจดีย์พระบรมสารีกธาตุ
เกสรียะสถูป (Kesaria Stupa)
หลังจากพระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วเชื่อกันว่า ชาวเมืองไวสาลีนำโดยเจ้าลิจฉวีได้สร้างสถูปขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพระพุทธเจ้า พร้อมกันนี้ได้ประดิษฐานบาตรที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้ไว้ในสถูปแแห่งนี้ สถูปแห่งนี้นามว่า “เกสรียะสถูป (Kesaria Stupa) (ฮินดี: केसरिया स्तूप)
ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี แห่งนี้ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าทรงทำการปลงพระชนมายุสังขารในวันเพ็ญเดือนสามแห่งพรรษาสุดท้ายของพระชนมชีพ มีขึ้นในวันมาฆบูชา ณ กูฏคารศาลา ป่ามหาวัน เมื่อมีพระชมมายุได้ 80 พรรษา ซึ่ง ณ เวลานั้น ทรงได้ตรัสรู้แล้วเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนมานานถึง 45 ปีแล้ว ก็ได้ทรงตั้งพระทัยว่า "นับแต่นี้ต่อไปอีกสามเดือน ตถาคตจักดับขันธปรินิพพาน"
นมัสการสารีริกธาตุพระสถูปเจดีย์ ณ ปาวาลเจดีย์ สถานที่ทรงปลงพระชนมายุสังขารในวันเพ็ญเดือนสามแห่งพรรษาสุดท้ายของพระชนมชีพ. .
นี้เป็นหนึ่งในเจดีย์พระบรมสารีกธาตุดังเดิม หลังปรินิพพาน
ในรถหลวงพ่อให้ซื้อ โรตี+ ไข่ต้ม มาแจกระหว่างเดินทางเนื่องจากเดินทางนาน
จาปาตี Chapati (चपाती) เป็นขนมปังอินเดียมีประวัติอันยาวนาน ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วเอเชียใต้อย่าง ปากีสถาน บังกลาเทศ ฯลฯ จาปาตีเป็นแป้งสีน้ำตาล เป็นแป้งที่ไม่ใส่ยีสต์ จี่บนกระทะแบนๆ โดยไม่ใช้น้ำมัน
Chapati มักถูกเรียกอีกชื่อว่า "Roti" ซึ่งเป็นชื่อเรียกทั่วไปของขนมปังแบนแบบอินเดีย บางครั้งอาจนำไปทาด้วยเนยใส (Ghee) เพื่อเพิ่มรสชาติ
วันที่ 6 20-2-2025
นั้งสมาธิ กราบสักการะ หลวงพ่อดำ
กราบพระ และทักษิณา ที่วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกของโลก.
พระวิหารเวฬุวัน ; ที่ตั้ง, ราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
พระโอวาทปาติโมกข์ แสดงธรรม ณ วัดเวฬุวัน ในวันมาฆบูชา
ในวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งห่างจากวันที่ตรัสรู้ 9 เดือน พระสาวกเหล่านี้ เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมายถึง 1,250 รูป จึงได้กำหนดเรียกวันนี้ว่า วันจาตุรงคสันนิบาต คือวันประชุมใหญ่ครั้งแรกและเป็นครั้งพิเศษ ด้วยเป็นวันที่ประกอบด้วยองค์ 4 คือ1 . พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย2. พระสาวกเหล่านี้ ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เอง3.พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6 ได้แก่ แสดงฤทธิ์ได้ ระลึกชาติได้ ตาทิพย์ หูทิพย์ กำหนดรู้ใจคนอื่นได้ และบรรลุ อาสวักขยญาณ คือญาณหยั่งรู้ธรรมที่เป็นที่สิ้นแห่งอาสวะหรือกิเลสทั้งหลาย4. วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดคือ เป็นเวลากลางคืน อากาศไม่ร้อน ท้องฟ้าแจ่มใส ... เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนสาม (มาฆปุรณมี) หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ในปีอธิกมาส
ทักษิณา เขาคิชกูฏ รัฐพิหาร เป็นสถานที่ประทับจำพรรษาของพระพุทธเจ้า ถ้ำพระสศรีบุตร
ถ้ำพระโมคคัลลานะ ณ เขาคิชกูฏ
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
ถ้ำพระโมคคัลลานะ ณ เขาคิชกูฏ
คาถาบูชา พระโมคคัลลานะ ณ เขาคิชกูฏ
ถ้าพระสารีบุตร ณ เขาคิชกูฏ
ทำบุญกฐิน วัดนวมินทรธัมมิกราช พระพุทธใหญ่
วัดนวมินทรธัมมิกราช พระพุทธใหญ่
นมัสการพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ใบพระศรีมหาโพธิ์ ตกมาบริเวณที่นั้งสมาธิ
ประวัติความเป็นมาของ “หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ” หรือ “หลวงพ่อองค์ดำ” สร้างขึ้นโดยท่านธรรมปาล ในสมัยพระเจ้าเทวาปาล คือระหว่างปี พ.ศ. 1353-1393
ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 1766 กลุ่มมุสลิมเติร์ก (ตุรกี) ได้ใช้วิธีเผยแผ่พระศาสนาโดยใช้
กำลังอาวุธ ถ้าใครไม่นับถือศาสนาของตนจะต้
องถูกทำร้าย โดยเฉพาะผู้ที่นับถือพระพุ
ทธศาสนาถือว่าเป็นศัตรูสำคั
ญจะต้องถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือทรัพย์สมบัติ
ในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งกลุ่มมุสลิมเติร์
กสามารถเข้ายึดครองดินแดนชมพู
ทวีปฝ่ายเหนือและแคว้นมคธได้ทั้
งหมด ก่อนพากันทุบทำลายเผาตำรับตำรา ถาวรวัตถุสถานที่สำคัญทางพระพุ
ทธศาสนา
หลวงพ่อองค์ดำ
หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ” นั้น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงไม่ถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประเทศอังกฤษด้วย และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวเท่านั้นที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุด จะมีหักบิ่นเล็กน้อยเฉพาะที่บางองคุลี (นิ้วมือ) ของพระหัตถ์ขวาและพระนาสิก (จมูก) เท่านั้น สรุปแล้วก็คือเป็นพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่เหลือรอดจากการถูกทำลายของกองทัพมุสลิมเติร์ก และไม่ถูกอังกฤษยึดไป
ชาวอินเดียนับถือศรัทธาความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำเป็นอย่างมาก เวลาลูกไม่สบายก็พากันเอาน้ำมันเนยมาทาที่องค์ท่านก่อน แล้วลูบเอาน้ำมันเนยนั้นกลับมาทาตัวลูก ทำให้ลูกหายเจ็บป่วย หายงอแง กินข้าวได้ อ้วนท้วนสมบูรณ์ จนหลายคนขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อน้ำมัน” หรือภาษาอินเดียว่า “เตลิยะบาบา”
ระหว่างทางเห็นบ้านเรืือนของคนอินเดีย ไม่ม่ีไฟฟ้าใช้ อาศัยน้ำจากคันโยกน้ำบาดาล พนังบ้านก่ออิฐ หญ้าคามุงหลังคา มีเตาไว้ประกอบอาหารหน้าบ้าน
บ้านเรือนเก็บมูลสัตว์มาตากไว้เมื่อแห้งใช้เป็นเชื้อเพลิง (เชื้อเพลิงมูลสัตว์แห้ง)สำหรับหุงหาอาหาร
หลังจากพระมหาบุรุษ ได้รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดาและได้เสวยจนหมด และได้อธิษฐานลอยถาดแล้ว ก็กลับมาได้พบกับโสตถิยพราหมณ์ ซึ่งได้ถวายหญ้ากุสะ
เวลาเย็นพระองค์เสด็จมาสู่ต้นโพธิ์ ทรงรับหญ้ากุสะ (หญ้าคา) ๘ กำมือจาก โสตถิยพราหมณ์ซึ่งถวายในระหว่างทาง ทรงปูลาดหญ้านั้นที่โคนต้นโพธิ์ แล้วประทับนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หันหลังเข้าหาต้นโพธิ์ ทรงอธิษฐานว่า "ถ้ายังไม่ได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณตราบใด ก็จะไม่เสด็จลุกขึ้นตราบนั้น
บริเวณริมแม่น้ำเนรัญชรา จะมีหญ้ากุสะ (หญ้าคา)
วันที่7 21-2-2025 ตามเวลา 456
พุทธคยา(Bodhgaya) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เดิมทีเป็นบริเวณหมู่บ้านอุรุเวลา
พุทธคยา คือคำเรียกกลุ่มพุทธสถานสำคัญใน อำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถาน
ทำทักษิณา รอบพุทธคยา กราบพระพุทธเมตตา
“พระพุทธเมตตา” (พระประธานในพระมหาเจดีย์พุทธคยา) นั้งสมาธิ ทำบุญใส่บาตรด้วยข้าวมธุปายาด หลวงพ่อและพระนานาชาติ ที่มาแสวงบุญที่พุทธคยา
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
ทางศิษยานุศิษย์ คณะแสวงบุญสัมฤทธิ ได้จัดเตรียม ข้าวมธุปายาด สำหรับใส่บาตรในเช้านี้
ได้ใบโพธิ์จากพุทธคยาจากผู้แสวงบุญ
กราบสักการะโพธิ์บัลลังก์ สถานที่ตรัสรู้
ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นปัจจุบันนี้สืบทอดมาจากต้นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งก่อนตรัสรู้ตามลำดับ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ต้น
ต้นที่ 1 เริ่มในสมัยพุทธกาล เกิดขึ้นวันเดียวกันกับเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ จนถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นเวลา 352 ปี
ต้นที่ 2 เริ่มในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช สิ้นสุดลงในสมัยของกษัตริย์ฮินดู ในแคว้นแบงกอลพระนามว่า สาสังกา เมื่อประมาณ พ.ศ. 1143-1163 มีอายุราว 871 – 891 ปี ในสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นอันมากซึ่งทำให้พระเจ้าอโศกมหาราชไม่สนพระทัยในความสุขส่วนพระองค์เหมือนเช่นเคย ว่างเว้นจากราชกิจก็มาปฏิบัติธรรมใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่กลับวังที่ประทับ จึงเป็นเหตุให้เหล่าพระมเหสีนางสนมทั้งหลายต่างพากันโกรธแค้นอิจฉาต้นพระศรี มหาโพธิ์ พระมเหสีองค์ที่ ๔ ของพระเจ้าอโศกมหาราช นามว่า มหิสุนทรี (พระนางติษยรักษิต) ได้รับสั่งให้นางข้าหลวงนำยาพิษและน้ำร้อนแอบไปรดที่โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ จนทำให้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ตายไปในที่สุด
ต้นที่ 3 ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ถูกทำลายจนล้มตายอีกครั้งในสมัย พระเจ้าปรณวรมา ซึ่งพระเจ้าปรณวรมาเสด็จมาพอดี จึงตีทัพของเบงกอลแตกพ่ายไป และทรงให้ชาวบ้านรีดนมโค ๑,๐๐๐ ตัว เอาน้ำนมที่ได้เทราดบริเวณต้นโพธิ์ที่ถูกเผา พระเจ้าปรณวรมาทรงนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น พร้อมอฐิษฐานตามแบบพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งภายหลังต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็แตกหน่องอกขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง จึงได้นับหน่อนี้เป็นต้นที่ ๓ ทรงปลูกขึ้นแทนต้นที่ 2 มาสิ้นสุดในสมัยอินเดียอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.2521 มีอายุราว 1258-1278 ปี
ต้นที่ 4 นายพลเซอร์ คันนิ่งแฮม นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ผู้ค้นพบสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เดินทางไปที่เมืองพุทธคยาเป็นครั้งที่สอง พบว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ทรุดโทรมมาก ครั้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๒๑-๒๔๒๓ ได้เกิดพายุใหญ่ เป็นเหตุให้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เบียดกับพระเจดีย์พุทธคยา กระทั่งหักโค่นล้มลง ปลูกหน่อที่แตกขึ้นมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ขึ้นแทนต้นที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2423
สัปดาห์ที่ 6 สระมุจรินท์
สระมุจลินท์ ที่ #พุทธคยา อินเดีย ต้นกำเนิดพระพุทธรูปปางนาคปรก
สระมุจลินท์ ของจริง! ที่ #พุทธคยา อินเดีย ต้นกำเนิดพระพุทธรูปปางนาคปรก
สระมุจรินท์ ที่พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า มาประทัปเสวยวิมุตติสุข ในสัปดาห์ที่ 6 หลังการตรัสรู้
เสวยวิมุตติสุข ราชายตนะ (ต้นเกจ)

ต้นราชายตนะ
พระพุทธรูปปางนาคปรก
เสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง) หลังจากตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ณ ต้นราชายตนะ นี้เอง ได้มี พ่อค้าพานิช ๒ พี่น้องเป็นชาวพม่า ชื่อ “ตปุสสะ” กับ “ภัลลิกะ” นำเกวียน ๕๐๐ เล่ม เดินทางจากอุกกลชนบทผ่านมาทางตำบลพุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าขณะทรงประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ใต้ต้นราชายตนะ มีพระรัศมีอันผ่องใสงดงามยิ่งนัก ก็บังเกิดความเลื่อมใส จึงนำข้าวสัตตุผง สัตตุก้อน ซึ่งเป็นเสบียงเดินทางของตนไปถวาย ขณะนั้นพระพุทธองค์ยังไม่มีบาตร ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ จึงได้น้อมนำบาตรมาถวายองค์ละใบ พระพุทธองค์ทรงดำริว่าใบเดียวก็เพียงพอแก่เรา จึงทรงอธิษฐานให้บาตรทั้ง ๔ ใบนั้นประสานเข้าเป็นใบเดียวกัน แล้วทรงรับข้าวสัตตุผง สัตตุก้อนจากพ่อค้าพานิชทั้งสอง (ในทางประวัติศาสตร์ ชาวพม่าได้ไปมาค้าขายกับชาวอินเดียมาเป็นเวลาช้านานแล้ว พอออกพรรษาน้ำหยุดท่วมนอง ชาวพม่าจะบรรทุกของใส่เกวียนมาแลกสินค้ากับชาวอินเดีย กลับไปกลับมาอยู่เป็นประจำ)
หลังจากพระพุทธองค์เสวยข้าวสัตตุผง สัตตุก้อนเสร็จแล้ว ก็ทรงแสดงธรรมและประทานอนุโมทนาแก่พ่อค้าพานิชทั้งสอง เมื่อจบพระธรรมเทศนา พ่อค้าพานิชทั้งสองก็เปล่งวาจาถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะตลอดชีวิต ไม่เปล่งวาจาถึงพระสงฆ์ เพราะขณะนั้นยังไม่มีพระสงฆ์ ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงรัตนะสองเป็นสรณะคู่แรกในพระพุทธศาสนา (เทฺววาจิกอุบาสก) ก่อนที่จะเดินทางต่อไป พ่อค้าพานิชทั้งสองได้กราบทูลขอสิ่งของที่ระลึกจากพระพุทธองค์เพื่อให้นำกลับไปบูชาสักการะ
พระพุทธองค์ทรงเอาพระหัตถ์ลูบพระเศียร เส้นพระเกศา ๘ เส้นหลุดติดพระหัตถ์มา จึงทรงประทานให้แก่พ่อค้าพานิชทั้งสองไปเป็นการสนองความศรัทธาของเขา ชาวพม่าสองพี่น้องนี้ได้นำพระเกศาธาตุ ๘ เส้นนั้นกลับไปยังเมืองย่างกุ้ง บ้านเมืองของตน ครั้นพอถึงประเทศพม่าได้มีพิธีสมโภชพระเกศาธาตุนี้หลายวันหลายคืน และได้จัดสร้าง “
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ มาจนถึงตราบเท่าทุกวันนี้
วันที่ 8 22-2-2025 ตามเวลา 456
ทำบุญใส่บาตรหลวงพ่อและพระนานาชาติ
เข้าทำทักษิณาที่พุทธคยา และฟังธรรมจากหลวงพ่อและนั้งสมาธิ กราบสักระโพธิ์บัลลังก์
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
พระพุทธรูปพระโพธิสัตว์ ปางบำเพ็ญทุกรกิริยา ณ ถ้ำดงคสิริ
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
ถ้ำดงคสิริ เป็นถ้ำหิน ต้องเดินขึ้นเชิงเขาดงคสิริขึ้นไป มีวัดธิเบตตั้งอยู่ใกล้ถ้ำ เห็นธงหลากสีของชาวธิเบตผูกติดกับเชือกเป็นสายยาวระโยงระยาง
ภูเขาดงคสิริ
คือสถานที่ที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ก่อนที่จะเสด็จมาที่ต้นโพธิ์ทรงกระทำทุกกิริยา คือทรงบำเพ็ญเพียรอย่างอุกฤษฏ์เพื่อจะทำที่สุดแห่งทุกข์ ฟังธรรมจากหลวงพ่อและนั้งสมาธิ อุทิศบุญ
ห้องน้ำชาย บางสถานที่ยังคงแบบดั้งเดิม
ระหว่างทางเห็นบ้านเรืือนของคนอินเดีย ไม่ม่ีไฟฟ้าใช้ พนังบ้านก่ออิฐ บ้างมีก่อนดิน หญ้าคามุงหลังคา มีเตาไว้ประกอบอาหารหน้าบ้าน
บ้านดิน
(เชื้อเพลิงมูลสัตว์แห้ง)
ทอดผ้าป่าสร้างโรงพยาบาล วัดไทยภูริปาโล
มาที่สุชาดาสถูป เคยเป็นบ้านของนางสุชาดา (บาลี: Sujātā สุชาตา)
กราบพระพุทธที่วัดนางสุชาดา สถานที่ถวายข้าวมธุปายาส ใต้ต้นอชปาลนิโครธ เล่ากันว่า พระพรหมมาขอให้พุทธองค์
แสดงทำโปรดโลก
วัดนางสุชาดา (บาลี: Sujātā สุชาตา)
วัดนางสุชาดา (บาลี: Sujātā สุชาตา)
หลวงพ่อเมตตาเล่าพุทธประวัติ ตอน ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแก่พระโคตมพุทธเจ้า
ข้าวมธุปายาด เป็นข้าว ที่หุงด้วยน้ำนม อย่างดี ที่นางสุชาดา (บาลี: Sujātā สุชาตา) ธิดาของเศรษฐีหมู่บ้านเสนานิคม ได้นำ ไปบวงสรวงเทพยดาที่ใต้ต้นนิโครธ (ต้นไทรใหญ่) ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ได้พบพระพุทธองค์ ประทับอยู่ใต้ต้นนิโครธเข้าใจว่าเป็นเทพยดา จึงได้ข้าวมธุปายาสไปถวาย
เมื่อนางสุชาดาถือถาดทองที่บรรจุข้าวมธุปายาสเต็ม ออกจากบ้านมุ่งไปสู่นิโครธพฤกษ์สถาน พร้อมด้วยนางบริวารเป็นอันมาก เมื่อนางมาถึง ณ ที่นั้นแล้วได้เห็น พระมหาบุรุษประทับอยู่ มีบุคคลิกลักษณะ เป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา นางสำคัญว่า พระมหาบุรุษนี้เป็นรุกขเทวดาโดยแท้ จึงน้อมนำถาดข้าวมธุปายาสเข้าไปถวาย พระมหาบุรุษรับข้าวมธุปายาส นางจึงกราบทูลว่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอถวายข้าวมธุปายาส พร้อมกับภาชนะทองอันรองใส่ ขอพระผู้เป็นเจ้าจงรับไปโดยควรแก่พระหฤทัยปรารถนาเถิด" แล้วนางก็กราบถวายบังคมลากลับสู่นิเวศน์ของตน อ่านเพิ่มเต้ิม www.doisaengdham.org
วัดนางสุชาดา (SUJATA TEMPLE)
ร่วมทำบุญผ้าป่าวัดไทยภูริปาโล
22,550 บาท กับอีก 9,660 รูปี
หลวงพ่อเมตตาเล่าพุทธประวัติ ตอน ลอยถาดเสี่ยงพระบารมี
ส่วนพระมหาบุรุษ เสด็จลุกจากที่ประทับ ทรงถือถาดข้าวปายาสเสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ประทับบ่ายพระพักตรสู่บุรพาทิศแล้ว ทรงปั้นข้าวปายาสเป็นปั้น ๆ ได้ ๔๙ ปั้น เสวยจนหมด แล้วทรงถือถาดลงสู่แม่น้ำ ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่าถ้าอาตมาจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเสกสัมโพธิญาณแล้วขอให้ถาดนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป แล้วทรงลอยถาดทองนั้นลงในแม่น้ำเนรัญชราขณะนั้นอานุภาพพระบารมีของพระองค์ซึ่งทรงบำเพ็ญมาบริบูรณ์ดีแล้วได้แสดงให้เห็นอัศจรรย์ ถาดทองนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ำเนรัญชราขึ้นไปประมาณ ๑ เส้นแล้วถาดทองนั้นก็จมลงตรงนาคภพพิมาน แห่งพญากาฬนาคราช
หลวงพ่อนำไปดูบริเวณลอยบาตรแม่น่้ำเนรัญชรา
แม่น้ำเนรัญชรา ฤดูแล้งน้ำจะแห้งจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปถึงเจดีพุทธคยาได้
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
แม่น้ำเนรัญชรา ฤดูแล้งน้ำจะแห้งจนสามารถเดินข้ามฝั่งไปถึงเจดีพุทธคยาได้
Picture:วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา
วันที่ 9 23-2-2025 กรุงราชคฤห์ ( Rajgir)
รอยเกวียนอายุ 3,000 ปี แห่งกรุงราชคฤห์
ถูกพบโดยบังเอิญและได้รั
บการอนุรักษ์โดยรัฐบาลอินเดีย เพื่อบอกเล่าถึงความเจริญรุ่
งเรืองทางการค้าของแคว้
นมคธในอดีต เป็นเส้นทางเกวียนค้าขายระหว่
างกรุงราชคฤห์กับเมืองอื่นๆ ที่ในสมัยนั้นต้องใช้เกวี
ยนบรรทุกสินค้าน้ำหนั
กมากจำนวนไม่น้อยผ่านเวลาซ้ำแล้
วซ้ำเล่าจึงสามารถทำให้ล้อเกวี
ยนกดเป็นร่องลึกรอยยาวบนพื้นหิ
นได้
อยเกวียนอายุ 3,000 ปี แห่งกรุงราชคฤห์
รอยเกวียนอายุ 3,000 ปี แห่งกรุงราชคฤห์
รอยเกวียนอายุ 3,000 ปี แห่งกรุงราชคฤห์
Picture: คณะแสวงบุญสัมฤทธิผล
หลวงพ่อเมตตาเล่าประวัติถ้ำมหาสมบัติพระเจ้าพิมพิสาร
ถ้ำมหาสมบัติพระเจ้าพิมพิสาร
ถ้ำโสนภัณฑาร์ (Son Bhandar Caves) หรือถ้ำคลังมหาสมบัติของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงความมั่งคั่ง ร่ำรวยของกรุงราชคฤห์ที่เหนือกว่าเมืองอื่น ๆในสมัยนั้น มหาสมบัติเหล่านี้อยู่ในถ้ำหินที่เกิดจากการขุดเจาะภูเขาเวภารบรรพต (Rock cut chambers) ซึ่งมีอยู่ 2 ถ้ำอยู่ติดกัน เกิดจากหินก้อนเดียวกัน
ต่อมาภายหลังจึงยกให้กับลัทธิเชนของศาสนาฮินดู เชื่อกันว่าถ้ำนี้ยังมีสมบัติอยู่ และรอมีผู้มีบุญที่คู่ควรกับสมบัติในถ้ำมาเปิดจึงจะสามารถเปิดได้ ชาวท้องถิ่นเล่าต่อกันมาว่า เส้นทางที่จะไปยังมหาสมบัตินี้ อาจเป็นเส้นทางที่ทะลุผ่านภูเขาเวภารบรรพต (Vaibhargiri) ลูกนี้ไปออกที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา (Saptaparni Cave) ก็ได้
ถ้ำมหาสมบัติพระเจ้าพิมพิสาร
ถ้ำมหาสมบัติพระเจ้าพิมพิสาร
ถ้ำมหาสมบัติพระเจ้าพิมพิสาร
เมื่อครั้งอังกฤษยังปกครองอินเดียอยู่ อังกฤษเคยพยายามระเบิดผนังถ้ำเพื่อหาทางเข้าไปค้นหาสมบัติ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ยังเหลือร่องรอยไหม้ดำ ๆ ที่เกิดจากการยิงปืนใหญ่ไว้ตรงขอบประตูด้านบนของทางเข้าถ้ำ
นาลันทา มาจากคำ 2 คำ คือ นาลัน แปลว่า ดอกบัว และ ทา แปลว่า ให้ หมายถึง ให้ดอกบัว
เป็นชื่อเมือง ๆ หนึ่งในแคว้นมคธ อยู่ห่างจากพระนครราชคฤห์ประมาณ 1 โยชน์ (ประมาณ 16 กิโลเมตร)
อ้างอิงจาก : หนังสือ ถังซำจั๋ง จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตกของมหาราชวงศ์ถัง เขียนโดย ชิว ซูหลุน สำนักพิมพ์มติชน (ISBN 974-323-332-6) หน้า 379-386 การเดินทางจาริกแสวงบุญของพระถังซำจั๋งเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน กลายเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของพุทธศาสนาในจีน (นาลันทาสังฆาราม หน้า 421)
มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
คัมภีร์ฝ่ายมหายานกล่าวว่า พระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวก เกิดที่เมืองนาลันทา แต่คัมภีร์ฝ่ายบาลี เรียกถิ่นเกิด ของ พระสารีบุตรว่า หมู่บ้านนาลกะหรือนาลันทคาม "นาลันทามหาวิชชาลัย ของพุทธศาสนา
หลวงพ่อเมตตาแสดงธรรมและเล่าพุทธประวัติพระสารีบุตร
ท่านพระสารีบุตรพร้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐ รูปแวดล้อม เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตข้าพระองค์ ขอ พระสุคตเจ้าทรงอนุญาต นี้เป็นกาลปรินิพพานของข้าพระองค์ อายุสังขารข้าพระองค์ปลงลงแล้ว สารีบุตรเมื่อพระสารีบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักปรินิพพานในห้องที่ข้าพระองค์เกิด ในบ้านนาฬกะ แคว้นมคธนั้น
อ่านเพิ่มเติม:
อ่านเพิ่มเติม
สถานที่อาบน้ำวรรณ ตะโปทาราม สถานที่อาบน้ำชะล้างบาปของชาวอิ
นเดีย ไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำอุ่นน้ำแร่
จากธรรมชาติ น้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่พุ่งขึ้นมาจากดิน
สถานที่อาบน้ำวรรณ ตะโปทาราม
สถานที่อาบน้ำวรรณ ตะโปทาราม
Cyclopean Wall of Rajgir
กำแพงไซโคลเปียนแห่งราชคฤห์เป็
นกำแพงหินยาว 40 กิโลเมตร ล้อมรอบเมืองโบราณราชกริหะ ในรัฐพิหารของอินเดีย เพื่อปกป้องเมืองจากศัตรู
ภายนอกและผู้รุกราน นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างอิ
ฐไซโคลเปียนที่เก่าแก่ที่สุ
ดในโลก
Cyclopean Wall of Rajgir กำแพงไซโคลเปียนแห่งราชคฤห์
อ่านเพิ่มเติม :
https://maps.app.goo.gl/h4UaHGddfY5GroQk9
Yashtivana หลวงพ่อเมตตาแสดงธรรมและเล่าพุทธประวัติ ตอน พระพุทธเจ้า ปราบชฏิล ๓ พี่น้อง
พระพุทธเจ้าเสด็จจาริกมาถึ
งตำบลอุรุเวลา ซึ่งมี ชฎิล ๓ คนพี่น้องอาศัยอยู่ คือ อุรุเวลกัสสป นทีกัสสปและคยากัสสป โดยอุรุเวลกัสสป เป็นหัวหน้าของชฎิล ๕๐๐ คน นทีกัสสป เป็นหัวหน้าของชฎิล ๓๐๐ คน ส่วนคยากัสสป เป็นหัวหน้าของชฎิล ๒๐๐ คน
Yashtivana , India.
พระผู้มีพระภาคได้เสด็จเข้าไปสู่
อาศรมของอุรุเวลกัสสป เพื่อขอพักอาศัยในโรงบูชาเพลิ
งซึ่งมีพญานาคที่ดุร้ายอาศัยอยู่
ทรงเข้ากสิณสมาบัติ มีเตโชธาตุเป็นอารมณ์ ครอบงำเดช ของพญานาคที่ดุร้าย มีฤทธิ์ แล้วทรงขดพญานาคไว้ในบาตร
uttayarndham.org
สถานที่นี้พระพุทธทรงประทับหลังจากทรงตรัสรู้แล้วมายังกรุงราชคฤห์
หลวงพ่อเมตตา สอนว่าสมาธิ กราบลาพระพุทธรูปและให้ทานแก่ชาวบ้าน 20-30 คน เดินทางต่อไป
พี่เอ๋ ซื้อขนม Khaja เลี้ยงทุกคนในรถ (ขนม Khaja "खाजा")
ลักษณะของขนม Khaja "खाजा" (Khaja) ซึ่งเป็นขนมหวานยอดนิยมของอินเดีย โดยเฉพาะในรัฐพิหาร (Bihar) และอุตตรประเทศ (Uttar Pradesh)
- มีลักษณะเป็นชั้น ๆ กรอบ ๆ
- ทำจากแป้งสาลี เนยใส (Ghee) และน้ำตาล
- ทอดจนกรอบแล้วนำไปชุบในน้ำเชื่อมหวาน
- เป็นขนมที่นิยมในงานเทศกาลและพิธีกรรมทางศาสนา
ในระหว่างเดินทาง พี่เอ๋ เหมาขนม ซื้อขนม ขนม Khaja เลี้ยงทุกคนในรถ ขณะเดินทาง หลวงพ่อเมตตา เล่าพุทธประวัติ ตอน พระโมคคัลลานะทรมาน เศรษฐีขี้ตระหนี่
เศรษฐีขี้ตระหนี่ ที่มีบุญสามารถเป็นพระโสดาบันได้ เพียงแค่ต้องละความตระหนี่ พระโมคคัลลานะจึงแสดงฤทธิ์ให้เศรษฐีละจากความยึดติดในความตระหนี่ของตน
มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่งมีนิสัยขี้ตระหนี่ และหวงของมาก วันหนึ่งภรรยาของเศรษฐีอยากทำขนมเบื้องด้วยสูตรประจำตระกูลแจกให้เพื่อนบ้านได้กิน เศรษฐีก็ห้ามภรรยาทำเช่นนั้น ภรรยาจึงตัดสินใจว่าเช่นนั้นทำให้เศรษฐีกินคนเดียว เศรษฐีเกรงว่ากลิ่นของขนมเบื้องจะส่งกลิ่นไปจนเพื่อนบ้านได้กลิ่น แล้วจะมาขอแบ่งขนมเบื้อง เศรษฐีจึงให้ภรรยาขึ้นไปทำขนมเบื้องบนปราสาทชั้นที่ 7
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบการกระทำของเศรษฐีด้วยทิพยญาณ พระองค์ทรงเห็นว่าต้องทำให้เศรษฐีละจากความตระหนี่ เพราะเศรษฐีมีสิทธิ์บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าทรงเรียกพระโมคคัลลานะเข้าเฝ้า พระองค์โปรดให้พระโมคคัลลานะทรมานเศรษฐีเพื่อให้ละความตระหนี่ โดยทรงกำชับว่าต้องให้เศรษฐีพร้อมด้วยภรรยานำขนมเบื้องมาถวายเราและพระภิกษุในพระเชตวันแห่งนี้ทั้ง 500 รูป
ขนม
Bhel Puri (เบห์ล ปุรี) น้องในทริปให้ลองชิม ผสมผสานระหว่างของทุกสิ่งที่มีความกรอบในอินเดีย ทั้งข้าวพอง แผ่นแป้งกรอบ และหมี่กรอบ นำมาคลุกเคล้ากับหัวหอม และมันฝรั่ง ราดด้วยซอสมะขาม เครื่องเทศต่างๆ พริก มะเขือเทศ รสชาติออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หลากหลาย
วันที่ 10 24-2-2025
เช้า นมัสการพระพุทธเมตตาและทำบุญใส่
บาตรหลวงพ่อและพระนานาชาติ ทำสมาธิ และ ทำทักษิณารอบพุทธคยา
Picture:พี่เล็ก อาชวิน
ช่วงบ่าย
ทำสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หลวงพ่อเมตตาแสดงธรรมและเล่าพุทธประวัติ ตอน พระติสะ ,
ช่วงค่ำออกไปตลาดแวะทาน Samosa (ซาโมซ่า)ร้อน ราดแกงถั่ว เป็นของแป้งทอดรูปทรงสามเหลี่ยม สอดไส้ด้านในด้วยมันฝรั่งผสมเครื่องเทศรสชาติเผ็ดเล็กน้อย และเตรียมของใส่บาตรพรุ่งนี้
วันที่ 11 25-2-2025
เดินทางไปพุทธคยา ทำบุญตักบาตร หลวงพ่อและพระนานาชาติ ทำทักษิณา รอบพุทธคยา และกราบลา
กลับมาที่วัด..หลวงพ่อสอนธรรมเรืื่อง ลิงสามตัว เปรียบจิตคน เหมือนลิง กลิ้งไปมา
หัดปิดหู ปิดตา ปิดปากบ้าง
ไม่ยินดี ยินร้าย สิ่งต่างต่าง
ปล่อยจิตวาง ว่างไว้ ไร้ตัวกู
เมื่อจิตว่าง วางได้ ไร้ตัวตน
ไม่ต้องมัว สะละวน ปิดตาหู
มีสิ่งใด ให้เห็น ให้ตาดู
สักแต่รู้ จิตไม่ยึด ไม่เกาะตาม
อันความทุกข์ มีได้ เพราะใจยึด
ดิ้นไม่หลุด ติดพัน เพราะใจหาญ
กล้าไปแต่ง เป็นตัวกู ของกูตาม
มีแต่พาล ให้เกลือกกลั้ว ในชั่วดี
ทีมา : วัดป่าสติปัฏฐานญาณสัมปันโน - ศาลายา หลวงพ่อสิงห์โต และศิษยานุศิษย์
น้อมกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ กราบในความเมตตาของหลวงพ่อสิงห์โต เทศนาและคำสอนปฏิบัติธรรม เจริญปัญญา
หมายเหตุ:เนื้อหาในเว็บไซต์นี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล เผยแพร่ความรู้และให้โอกาสในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการศึกษา บุคคลที่สนใจโดยทั่วไป รวมถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ในการเรียนรู้เท่านั้น
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ
#WINDOWSFORENSIC #COMPUTERFORENSICS #DFIR #FORENSICS #DIGITALFORENSICS #COMPUTERFORENSIC #INVESTIGATION #CYBERCRIME #FRAUD
No comments:
Post a Comment