Digital forensic examiners are investigators who are experts in gathering, recovering, analyzing, and presenting data evidence from computers and other digital media related to computer-based .They might work on cases concerning identity theft, electronic fraud,investigation of material found in digital devices ,electronic evidence, often in relation to cyber crimes.
Thursday, March 31, 2016
DIGITAL FORENSICS: วิธีใช้หลักฐานอิเล็กทรอนิกส์หาตัวผู้กระทำผิด
Thursday, February 4, 2016
DIGITAL FORENSICS:UEFI คืออะไร
BIOS (Basic Input/Output Aystem) มาตรฐานนี้สร้างขึ้นโดยบริษัทด้านเทคโนโลยีกว่า 140 บริษัท
โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท UEFI รวมทั้ง Microsoft ด้วย เฟิร์มแวร์นี้ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อ
ปรับปรุงความสามารถในการทำงานร่วมกันของซอฟต์แวร์และเพื่อแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ ของ BIOS
ข้อได้เปรียบบางประการของเฟิร์มแวร์ UEFI ได้แก่
หรือพรีบูตจากการโจมตีที่ bootkit
จัดการหน่วยความจำขนาดสูงกว่า 17.2 พันล้านกิกะไบต์ (GB) ระหว่างเริ่มต้นระบบ
จะใช้ UEFI แทน BIOS เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุน UEFI ในพีซีของคุณ
ให้ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับพีซีของคุณ
กับระบบการทํางานของวินโดวส์ 8
ไบออส (BIOS - Basic Input/Output System)แบบเดิมที่มีการใช้มานานหลายสิบปี
เรื่องนี้เป็นการปรับปรุงคล้ายกับช่วงเปลี่ยนจาก IDE เป็น AHCI
(Master Boot Record) มองเห็นสูงสุดแค่ 2.2 TB
การตั้ง Boot HDD ของโน๊ตบุ๊ค แบบ UEFI กับ LEGACY MODE ต่างกันอย่างไร
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ
#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud
Tuesday, January 26, 2016
Digital Forensics:การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
Digital Forensics:การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทย
เนื่องจากปัจจุบัน มีคดีความที่จำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงไอซีที จึงได้เปิดเวที Open Forum ในหัวข้อ “มาตรฐานและแนวปฏิบัติพื้นฐาน: การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระบวนยุติธรรมไทย (Fundamental standards and practices: Electronic data collection and analysis for judicial process)” เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งผู้ปฏิบัติ นักวิชาการ อัยการ ตำรวจ ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลหรือดิจิทัลฟอเรสสิกส์ (Digital Forensics) ในกระบวนการยุติธรรม และการจัดทำมาตรฐานรองรับในการปฏิบัติงาน เมื่อบ่ายวันพุธที่ 20 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา ณ ห้อง Open Forum ของ ETDA
ผศ. สาวตรี จำแนกหลักฐานดิจิทัลกับหลักฐานทั่วไป ว่าแตกต่างตั้งแต่การเกิดขึ้น แหล่งที่มา โดยเฉพาะวิธีเก็บรักษาให้น่าเชื่อถือ ดังนั้นการเก็บรวบรวมหลักฐานดิจิทัลต้องระวังไม่ให้มีการปนเปื้อน เพราะสามารถถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงง่าย ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้ใหม่ แตกต่างจากความรู้เก่าที่คุ้นเคย
อัยการ ปกรณ์ อธิบายว่า หากเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ในการจัดการกับหลักฐานดิจิทัล ก็จะหลีกเลี่ยงไปโฟกัสที่หลักฐานอื่นแทน ทำให้ไม่เกิดองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ เช่น กรณีฉ้อโกงที่มีพยานหลักฐานจากการสื่อสารผ่านสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความยุ่งยากในการรวบรวมหลักฐานส่งตรวจพิสูจน์ และกำหนดประเด็นในการตรวจพิสูจน์ พนักงานสอบสวนจึงมุ่งหาหลักฐานทางการเงินแทน ซึ่งบางคดีก็ใช้ได้ แต่อาจไม่ครบถ้วน ซึ่งในหลายสถานการณ์ทำให้เห็นว่าพนักงานสอบสวนยังขาดความรู้เพียงพอที่จะจัดการกับพยานหลักฐานดิจิทัล
พ.ต.อ.นิเวศน์ เสริมว่า ในอดีตวิธีปฏิบัติในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานได้พยายามเลียนแบบ SOP (Standard Operating Procedure - เอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน) ของต่างประเทศ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครทำตาม เพราะยุ่งยากเกินไป เลยต้องปรับขั้นตอนให้ง่ายที่สุด ลดรายละเอียดลงให้เหมาะสมกับบริบทของไทย เพียงพอให้ศาลเชื่อในกระบวนการทำงาน และเน้นการถ่ายภาพพยานหลักฐานเป็นหลัก ปัญหาที่พบ คือ การทำให้หลักฐานปนเปื้อนโดยไม่เจตนาจากการขาดความรู้ เช่น การนำเครื่องคอมพิวเตอร์พยานหลักฐานไปใช้ในงาน หลังจากที่ยึดมาแล้วเนื่องจากไม่มีความตระหนัก
ธงชัย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดทำ SOP ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำร่างมาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล ว่า ETDA ได้ร่วมมือกับคณะทำงาน ประกอบด้วย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงไอซีที สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สำนักงานอัยการสูงสุด และบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จัดทำข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล – Recommendation on Digital Forensic Operations ขึ้น เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่หน่วยงานผู้เก็บและตรวจวิเคราะห์พยานหลักฐานดิจิทัลทุกหน่วยงานในไทยยอมรับและนำไปใช้ปฏิบัติงาน ซึ่งในเวอร์ชันแรกที่คาดว่าจะออกมาในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2559 นี้ กำหนดขอบเขตไว้ครอบคลุมถึงคอมพิวเตอร์ สื่อบันทึกข้อมูล และโทรศัพท์มือถือ แต่ในอนาคตจะเพิ่มเรื่องอื่นที่จำเป็นตามที่ผู้ร่วมเสวนาในวันนี้ได้กล่าวถึง
ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พ.ต.ท.สุพจน์ ยกตัวอย่างถึงการตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล เช่น การตรวจโทรศัพท์มือถือ หรือการตรวจเสียงว่ามีการตัดต่อหรือไม่ เพราะมีเคสเรื่องทุจริตในลักษณะดังกล่าว เช่น เสียงในที่ประชุมที่อัดไว้ถูกตัดต่อหรือไม่ ซึ่งมีปัญหามาก และได้ขอให้ทาง ETDA ช่วยกำหนดเรื่องมาตรฐาน และได้ขอให้ทาง NECTEC มาช่วยในกระบวนการตรวจพิสูจน์ ซึ่งการทำงานด้านนี้จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้น
ผศ. สาวตรี ทิ้งท้ายว่า นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัล ต่อให้เขียนกฎหมายสารบัญญัติดีเลิศขนาดไหน ทั้งกฎหมายธุรกรรมฯ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมาย cybersecurity กฎหมายคอมพิวเตอร์ฯ ทำให้ทุกคนเชื่อมั่น แต่ปรากฏว่ากฎหมายวิธีสบัญญัติไม่มีมาตรฐาน สมมติว่ามีคดีความที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศเกิดขึ้น จำเป็นต้องมาขึ้นศาลไทย กลับกลายเป็นว่ากระบวนการพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลยังไม่มีมาตรฐาน ย่อมเป็นตัวกั้นการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย ดังนั้น ต้องนำเรื่องนี้ไปผนวกกับเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย ซึ่งจะทำให้ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ แม้แต่ประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญในเรื่องนี้
Open Forum หัวข้อ มาตรฐานและแนวปฏิบัติพื้นฐาน: การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทย (Fundamental standards and practices: Electronic data collection and analysis for judicial process)
พยานหลักฐาน เป็นสิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแห่งคดี ซึ่งรวมถึงแสดงความบริสุทธิ์หรือความผิดของผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณค่าของพยานหลักฐานอยู่ที่คุณสมบัติในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ดังนั้น กระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องคำนึงถึงการรักษาคุณค่าของพยานหลักฐาน และการแสดงความน่าเชื่อถือในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพยานหลักฐานอย่างสมเหตุผล ในวันนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันจัดทำข้อแนะนำพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติงานในสถานที่เกิดเหตุ และในห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน และได้จับมือกันเป็นเครือข่ายของผู้ให้บริการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลในประเทศไทย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย
กำหนดการ
13.30 - 14.00 น. ลงทะเบียนงาน Open Forum และรับประทานอาหารว่าง
14.00 - 15.30 น. ล้อมวงคุย หัวข้อ มาตรฐานและแนวปฏิบัติพื้นฐาน: การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทย (Fundamental standards and practices: Electronic data collection and analysis for judicial process) กับวิทยากรรับเชิญ
- เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปกับบทบาทของพยานหลักฐานดิจิทัล
ในกระบวนการยุติธรรม
- บทบาทของพยานหลักฐานดิจิทัลกับการพิสูจน์ความผิดหรือ
ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา
- มาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลประเทศไทย
- การรวมตัวของเครือข่ายหน่วยงานที่ให้บริการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล
- เคสที่น่าสนใจ และแชร์ประสบการณ์
วิทยากร
- พันตำรวจโทสุพจน์ นาคเงินทอง ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
- นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายการสอบสวน 2 สำนักงานการสอบสวน
- พ.ต.อ.ดร.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บังคับการ กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- น.ท.ดร.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ร.น. ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทัพเรือ
- นายธงชัย แสงศิริ รองผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงปลอดภัย สพธอ.
ผู้ดำเนินรายการ
ดร.ภูมิ ภูมิรัตน Senior Consultant, G-Able Co.Ltd
การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทย Season 2 # 1
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ
Friday, January 22, 2016
Digital Forensics:พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ แยกไม่ออกจาก "เศรษฐกิจดิจิทัล"
Digital Forensics:พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ แยกไม่ออกจาก "เศรษฐกิจดิจิทัล"
นักวิชาการชี้ พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ แยกไม่ออกจาก “เศรษฐกิจดิจิทัล” ระบุ จะจัดทำมาตรฐานการเก็บและตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ต้องมาตรฐานเดียวทั้งฝ่ายรัฐและจำเลย หน่วยงานรัฐชี้ปัญหาการจัดการพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานขาดความรู้ การเข้ารหัสข้อมูลเป็นอุปสรรคหนึ่งของการเข้าถึงข้อมูล คลาวด์คือความท้าทายใหม่ที่มาพร้อมกับปัญหาขอบเขตอำนาจศาล
20 ม.ค. 59 – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) จัดเสวนา “มาตรฐานและแนวปฏิบัติพื้นฐาน: การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทย” ณ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระรามเก้า วิทยากรในการเสวนาได้แก่ พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บังคับการกองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ท.สุพจน์ นาคเงินทอง ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, ปกรณ์ ธรรมโรจน์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายการสอบสวน 2 สำนักงานการสอบสวน, ผศ. สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, น.ท. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทัพเรือ, ธงชัย แสงศิริ รองผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงปลอดภัย สพธอ. โดยมีภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโสบริษัท G-Able เป็นผู้ดำเนินรายการ
ทำไมต้องแยกพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ออกจากพยานหลักฐานทั่วไป
สาวตรีระบุว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ทวีบทบาทสำคัญมากในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ว่าจะอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์หรืออาชญากรรมทั่วไป ต่างก็มีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้กระทำผิดหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามว่าตนได้สร้างพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดขึ้น
พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มีความแตกต่างจากพยานหลักฐานทั่วไปคือ มีความเปราะบางสูง เปลี่ยนแปลงได้ง่าย การทำให้พยานหลักฐานหลักฐานดังกล่าวน่าเชื่อถือและสามารถนำมาใช้ได้ภายในชั้นศาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ทั้งนี้ องค์ความรู้เรื่องการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ต่างจากความรู้เรื่องการจัดการพยานหลักฐานแบบเดิมซึ่งเรามีอยู่แล้ว และปัจจุบันกฎหมายบางฉบับของไทยก็ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าถึงพยานหลักฐานเหล่านี้ ทว่าปัญหาคือ ประเทศไทยยังไม่มีมาตรฐานชัดเจนว่า พอเข้าถึงแล้วจะมีการดูแลรักษาความบริสุทธิ์ของพยานหลักฐานอย่างไร
น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทัพเรือกล่าวเสริม โดยระบุถึงลักษณะเฉพาะตัวของพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ว่า ในการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้กระทำผิดสามารถกระทำการที่ใดก็ได้ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการสืบว่าผู้กระทำผิดกระทำผิด ณ ที่ใด นอกจากนี้ การหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำความผิดกับอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิดยังทำได้ยาก
ปัญหาการรับมือกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์: ประสบการณ์หน่วยงานรัฐ
ปกรณ์ ธรรมโรจน์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษ กล่าวถึงความท้าทายในการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเหมือนจิ๊กซอว์ คือกระจายหลายที่ โดยเฉพาะบางครั้งพยานหลักฐานบางส่วนอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการเข้าถึงพยานหลักฐานเหล่านั้น
ปกรณ์ยังระบุด้วยว่า การเข้ารหัสข้อมูล (encryption) ยังเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าหน้าที่ยุ่งยากขึ้น
นอกจากนี้ แม้ว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ แต่ก็ประสบกับปัญหาการขาดผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลที่มีเข้ากับตัวผู้กระทำผิด
ปกรณ์ยกตัวอย่างการขาดความรู้ความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ว่า ตนเคยพบว่าในบางคดีที่มีเรื่องอีเมลมาเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้ต้องหาอย่างเดียวโดยไม่พิมพ์อีเมลออกมา หรือมาคดีพิมพ์อีเมลออกมาประกอบทว่าไม่พิมพ์ header ของอีเมลออกมาด้วย หรือในบางคดี เจ้าหน้าที่ให้ผู้เสียหายเก็บพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มาเอง ซึ่งปัญหาก็คือผู้เสียหายแต่ละคนก็มีองค์ความรู้ไม่เท่ากัน พยานหลักฐานที่ได้มาจึงมีความหลากหลายและมีความน่าเชื่อถือแตกต่างกัน ทำให้ในฐานะอัยการ บางครั้งก็ไม่มั่นใจในความบริสุทธิ์ของพยานหลักฐานเหล่านั้น
ด้าน พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บังคับการกองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ปัญหาหลักคือเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้มีความตั้งใจจะทำให้พยานหลักฐานปนเปื้อน ที่ผ่านมาเคยมีการแปลคู่มือปฏิบัติงานจากต่างประเทศให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พบว่าหลายครั้งเจ้าหน้าที่ไม่ทำตามคู่มือดังกล่าวเพราะเจ้าหน้าที่เห็นว่าวิธีปฏิบัติยุ่งยากเกินไป พ.ต.อ.นิเวศน์เห็นว่า การทำแนวทางในการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดมากเกินไปนัก จะช่วยให้เจ้าหน้าที่จัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ได้ดีขึ้น
พ.ต.อ.นิเวศน์ยังระบุถึงสาเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งด้วยว่า เรื่องการขาดแคลนบุคลากรและค่าตอบแทนบุคคลากรที่ไม่ดึงดูดเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่ง นอกไปจากปัญหาเรื่องการขาดแคลนงบประมาณ
เขากล่าวว่า ทุกวันนี้เจ้าพนักงานประสบปัญหาเรื่องการจัดซื้อ ตามทฤษฎีแล้วการตรวจพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีการทำสำเนาข้อมูลทั้งหมด แต่ทุกวันนี้ไม่สามารถทำสำเนาได้หมด เนื่องจากพื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอ บางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกจำเลยว่า หากไม่มีฮาร์ดดิสก์มาให้ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ทำสำเนาข้อมูลให้ เพราะไม่มีงบสำหรับซื้อฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น
ธงชัย แสงศิริ รองผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงปลอดภัย สพธอ.ระบุปัญหาที่ประสบจากการเป็นผู้ดูแลห้องตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ของสพธอ.ว่า ที่ผ่านมาพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์มาให้ตรวจขาดความรู้ในเรื่องนี้ และมักไม่ทราบชัดเจนว่าสิ่งที่ต้องการให้ห้องตรวจตรวจพิสูจน์คืออะไร
อีกหนึ่งปัญหาที่พบคือ เจ้าหน้าที่เทคนิคที่ทำงานในห้องตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เองเขียนรายงานผลการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ไม่เป็น บางครั้งเนื้อหาในรายงานตอบไม่ตรงคำถามของผู้ที่นำพยานหลักฐานมาให้ตรวจ
พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์: ต่างประเทศเขาไปถึงไหนกันแล้ว
สาวตรีกล่าวว่า มาตรฐานในการจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในคอมพิวเตอร์ (computer forensics) เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีศาสตร์ของการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ (mobile forensics) และบนระบบเครือข่าย (network forensics) อีก ซึ่งต่อไปประเทศไทยควรต้องมีการจัดทำมาตรฐานเหล่านี้ด้วย
สาวตรียกตัวอย่างว่า ในต่างประเทศได้มีการพัฒนามาตรฐานการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ไปไกลมาก จนมีการใช้คำว่า การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลและมัลติมีเดีย (digital and multimedia forensics) โดยดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในรูปไฟล์เสียง หรือวิดีโอ หรือไม่
ในต่างประเทศยังมีการจัดทำแนวปฏิบัติในการตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เช่น หากเกิดเหตุการณ์ที่หลักฐานมีการปนเปื้อนขึ้น เจ้าหน้าที่ควรจะถามคำถามอะไร
นอกจากนี้ ในต่างประเทศยังมีแนวปฏิบัติในการเขียนคำร้องขอหมายค้นและหมายยึดจากศาลด้วย เนื่องจากในต่างประเทศประสบปัญหามาแล้วว่า เมื่อได้หมายค้นจากศาล เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่าต้องการค้นหาอะไรในคอมพิวเตอร์ผู้ต้องสงสัย เนื่องจากลักษณะเฉพาะของคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ยากจะระบุเจาะจงไปได้ว่าต้องการค้นอะไร สาวตรีแนะนำว่า ฉะนั้นแล้ว ต่อไปประเทศไทยควรมีการพัฒนามาตรฐานในการขอหมายค้นและหมายยึด รวมทั้งควรมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คลาวด์: ความท้าทายใหม่ของการจัดการพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
จากปัจจุบันที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเริ่มใช้บริการเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์ (cloud) มากขึ้น ซึ่งข้อมูลที่อยู่บนคลาวด์ส่วนใหญ่จะถูกนำไปเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ สิ่งนี้จะส่งผลต่อประเด็นขอบเขตอำนาจศาล (jurisdiction) อย่างไร
ปกรณ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัญหาเรื่องขอบเขตอำนาจศาลเป็นปัญหาอย่างยิ่ง โดยเป็นอุปสรรคหนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าถึงพยานหลักฐานและผู้กระทำผิด เนื่องจากกฎหมายของไทยบังคับใช้ได้เพียงในประเทศไทยเท่านั้น ไม่สามารถบังคับใช้กับประเทศอื่น
เขาระบุว่า ปัจจุบันช่องทางเดียวที่เป็นทางการในการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศคือ พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ตอบโจทย์การทำงานจริงอีกต่อไป เพราะล่าช้า กระบวนการยังเป็นแบบงานเอกสาร บางครั้งกระบวนการการทำงานกินเวลานานถึง 3 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งไม่ทันกับความรวดเร็วในการทำลายพยานหลักฐาน
ปกรณ์กล่าวว่า อีกช่องทางหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ไทยใช้ในการประสานงานกับต่างประเทศคือผ่านองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization – INTERPOL) แต่นี่ยังไม่ใช่ช่องทางที่เป็นทางการหรือถูกกฎหมาย เขาแนะนำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาช่องทางการประสานงานในเรื่องพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ทันสมัยให้ได้
ส่วน น.ท.กิตติพงษ์ระบุว่า อยากให้มองพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่
1.ผู้ให้บริการเนื้อหา (เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก) ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะผู้ให้บริการเหล่านี้อยู่ในต่างประเทศ
2.ผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (เช่น ทีโอที, เอไอเอส, ทรู) ซึ่งมีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างผู้กระทำความผิดกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย
3.อุปกรณ์ของผู้กระทำความผิดเอง (เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้กระทำความผิด)
น.ท.กิตติพงษ์กล่าวว่า ข้อเสนอแนะที่มีการจัดทำกันอยู่นี้เน้นไปที่การจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในความครอบครองของผู้กระทำผิด (เช่น คอมพิวเตอร์ของผู้กระทำผิด) แต่หากในอนาคตมีมาตรฐานการจัดการพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับระบบเครือข่าย ก็จะช่วยในการสืบสวน เพราะบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการเนื้อหาที่อยู่ต่างประเทศ แต่สามารถเก็บบันทึกข้อมูลจราจร (log) มาจากผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ได้
น.ท.กิตติพงษ์ยังเสริมด้วยว่า คลาวด์ไม่ได้เพิ่มอุปสรรคในการเข้าถึงพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เสมอไป เพราะคลาวด์มีข้อดีคือ ข้อมูลต่างๆ แทบจะไม่ถูกลบออกไปเลย เช่น แม้ว่าเราลบโพสต์อะไรบางอย่างบนเว็บออกไป และข้อมูลดังกล่าวไม่อยู่ถูกเก็บอยู่ในเซิร์ฟเวอร์แล้ว แต่กูเกิลก็อาจจะยังเก็บข้อมูลนั้นอยู่ในแคช (cache) ก็ได้
พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ แยกไม่ออกจาก “เศรษฐกิจดิจิทัล”
ท้ายนี้ สาวตรีกล่าวว่า เราไม่ควรแยกการพูดคุยเรื่องพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ออกจากการโต้เถียงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล เพราะพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัลย่างแยกไม่ออก “เพราะต่อให้เราเขียนไว้เลิศหรูยังไง ว่าเราต้องมีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล… แต่ถ้าการเก็บข้อมูลพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เรายังไม่มีมาตรฐาน ถ้าต่างประเทศจะต้องมาพึ่งกระบวนการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีมาตรฐาน เหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผู้ประกอบการต่างชาติ”
สาวตรีระบุด้วยว่า การเสวนาในวันนี้เป็นการพูดคุยกันเรื่องมาตรฐานการจัดการกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ต่อไปนี้เราควรมีกระบวนการและเครื่องมือให้จำเลยและทนายจำเลยเข้าถึงพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นหลักฐานปฐมภูมิอย่างเท่าเทียมกันด้วย กระบวนการยุติธรรมถึงจะยุติธรรมจริง ฉะนั้น มาตรฐานที่กำลังจัดทำอยู่นี้จึงต้องเป็นมาตรฐานที่ฝ่ายจำเลยใช้ได้ด้วย ไม่ใช่ทำเป็น 2 มาตรฐาน สำหรับรัฐมาตรฐานหนึ่ง และจำเลยใช้อีกมาตรฐานหนึ่ง
อนึ่ง ขณะนี้ สพธอ.กำลังอยู่ระหว่างจัดทำโครงร่างข้อเสนอแนะในเรื่องการจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ โดยร่วมกับหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
คาดว่าข้อเสนอแนะดังกล่าวจะออกมาได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 นี้ และจะเปิดให้หน่วยงานรัฐต่างๆ นำไปใช้และส่งความคิดเห็นกลับมาเพื่อนำมาปรับปรุงให้สมบูรณ์ สพธอ.ยังมีแผนยกระดับข้อเสนอแนะดังกล่าวให้กลายเป็นมาตรฐานต่อไป (ที่มา:พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ แยกไม่ออกจาก “เศรษฐกิจดิจิทัล” ,thainetizen ,2016.01.20 19:16)
การจัดเก็บและตรวจวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระบวนการยุติธรรมไทย Season 2
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ
#WindowsForensic #computerforensic #ComputerForensics #dfir #forensics
#digitalforensics #investigation #cybercrime #fraud #พยานหลักฐานดิจิทัล
Saturday, December 19, 2015
Digital Forensics: หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล
Digital Forensics:หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล
โปรแกรมบรรยายสาธารณะว่าด้วย "หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล"
Digital Forensics & Electronic Evidence
![]() |
| Digital Forensics & Electronic Evidence |
ในการนี้ “โปรแกรมบรรยายสาธารณะว่าด้วยหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล” จึงถูกจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกลุ่มต่างๆ ตลอดจนมุ่งหวังว่าความรู้ด้งกล่าวจะสามารถนำไปใช้สนับสนุนการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรมให้กับพยานได้นั่นเอง
การบรรยายครั้งที่ 1 : หลักการและกฎหมายพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
![]() |
| digital forensics and electronic evidences |
โดย ผศ.สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ 11 ตุลาคม 2558 ที่ห้อง 412 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
..................................................................................................................
การบรรยายครั้งที่ 2 หัวข้อ "กระบวนการแสวงหาและพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลเชิงเทคนิค"
![]() |
Digital Forensics & Electronic Evidence |
โดย กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ
วันที่ 18 ตุลาคม 2558 ห้อง 202 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
................................................................................................................
การบรรยายครั้งที่ 3 หัวข้อ "พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในรัฐ
![]() |
Digital Forensics & Electronic Evidence |
โดย
พ.ต.ท.หญิง จีรบูรณ์ บำเพ็ญนรกิจ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
วันที่ 25 ตุลาคม 2558 ห้อง 202 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
.................................................................................................................
การบรรยายครั้งที่ 4 หัวข้อ "ทนายกับการต่อสู้คดีในกระบวนการพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์"
บรรยายโดย
1) ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
2) ธีรพันธุ์ พันธุ์คีรี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
3) ธิติพงษ์ ศรีแสน ทนายด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
ที่ห้อง 202 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2558 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
.................................................................................................................
การบรรยายครั้งที่ 5 หัวข้อ "กรณีศึกษาคดีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย"
![]() |
กรณีศึกษาคดีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย |
โดย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์
อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล เครือข่ายพลเมืองเน็ต
วันที่ 15 พ.ย.2558 ที่ห้อง 202 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
...............................................................................................................
การบรรยายครั้งที่ 6 หัวข้อ "กรณีศึกษาคดีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ"
![]() |
กรณีศึกษาคดีพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศ |
บรรยายโดย
สฤณี อาชวานันทกุล เครือข่ายพลเมืองเน็ต
อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล เครือข่ายพลเมืองเน็ต
สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันที่ 13 ธันวาคม 2558 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
...............................................................................................................
ที่มา:
Thai Netizen มูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง (เครือข่ายพลเมืองเน็ต)
* หากมีข้อมูลข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย รบกวนแจ้ง Admin เพื่อแก้ไขต่อไป
ขอบคุณครับ
#WindowsForensic #ComputerForensics #dfir #forensics #digitalforensics #computerforensic #investigation #cybercrime #fraud #ElectronicEvidenceคือ
Volatility Lab
Volatility Lab Image Wanna.vmem P.73 windows.info #python3 vol.py -f '/home/kali/Desktop/Wanna/Wanna-MEM.vmem' windows.info ...
-
Digital Forensics:How to View and Remove Metadata from Images? What is Metadata ? Metadata refers to data that provides information about ot...
-
DIGITAL FORENSICS:How to analyze WebCacheV01.dat When you visit any website, a web browser writes internet history. In Internet Explorer 10 ...
-
Digital Forensics: Using FTK Imager on CLI with Mac OS, Macbook การทำสำเนาพยานหลักฐานดิจิทัล โดยใช้โปรแกรม FTK Imager ผ่านคำสั่ง command li...












